
เกาะติดประเด็นร้อน
ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมยกคณะรัฐมนตรีไปยัง จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ เพื่อประชุมครม.นอกสถานที่ พร้อมตรวจราชการในพื้นที่เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป้าหมายติดตามประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ เช่น การพัฒนาโครงข่ายและคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งทางอากาศและทางถนน การพัฒนาการค้าชายแดน การพัฒนาด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และการอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้านการทอผ้าไหม เป็นต้นขณะที่ จ.บุรีรัมย์ เร่งจัดสถานที่รอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี ให้เสร็จทันเวลา คาดว่าจะมีประชาชนรอรับนับหมื่่นคน วันที่ 7 พ.ค. 2561 กรมการค้าต่างประเทศจะชี้แจงหลักเกณฑ์ทีโออาร์การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในกลุ่มที่ 1 เพื่อคนบริโภค ปริมาณ 4.4 หมื่นตัน ซึ่งเป็นข้าวล็อตสุดท้ายในกลุ่มที่ 1 โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 16 พ.ค. 2561 โดยจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติและเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 18 พ.ค. 2561 และในเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2561 จะนำข้าวในกลุ่ม
ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมยกคณะรัฐมนตรีไปยัง จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ เพื่อประชุมครม.นอกสถานที่ พร้อมตรวจราชการในพื้นที่เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป้าหมายติดตามประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ เช่น การพัฒนาโครงข่ายและคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งทางอากาศและทางถนน การพัฒนาการค้าชายแดน การพัฒนาด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และการอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้านการทอผ้าไหม เป็นต้นขณะที่ จ.บุรีรัมย์ เร่งจัดสถานที่รอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี ให้เสร็จทันเวลา คาดว่าจะมีประชาชนรอรับนับหมื่่นคน
วันที่ 7 พ.ค. 2561 กรมการค้าต่างประเทศจะชี้แจงหลักเกณฑ์ทีโออาร์การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในกลุ่มที่ 1 เพื่อคนบริโภค ปริมาณ 4.4 หมื่นตัน ซึ่งเป็นข้าวล็อตสุดท้ายในกลุ่มที่ 1 โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 16 พ.ค. 2561 โดยจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติและเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 18 พ.ค. 2561 และในเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2561 จะนำข้าวในกลุ่ม 2 คือ ข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค ประมาณ 1.5 ล้านตัน ข้าวในกลุ่ม 3 คือข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนและสัตว์บริโภคเปิดประมูลต่อไป
ต้องติดตามการสัมมนาเชิงวิชาการ “ประชาพิจารณ์สลากแบบรวมชุด” โดยมีกรรมการและคณะโฆษกกรรมการสลากกินแบ่งเป็นประธาน ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ จากผู้ที่เกี่ยวข้องว่าความเห็นจะออกมาเป็นอย่างไร ก่อนที่จะมีการออกสลากแบบรวมชุดทั้งนี้ มีเป้าหมายจะพิมพ์สลากแบบรวมชุดให้เกิดขึ้นภายในปีนี้ ภายใต้โควตาพิมพ์สลาก 80 ล้านฉบับ ไม่ได้มีการพิมพ์เพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา และให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อ ที่นิยมซื้อสลากแบบรวมชุดมากขึ้น







