posttoday
วาณิชธนากร เป็นมากกว่าที่ปรึกษาระดมทุน

วาณิชธนากร เป็นมากกว่าที่ปรึกษาระดมทุน

05 พฤษภาคม 2561

ปี 2560 ที่ผ่านมา มีบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ)

โดย วารุณี อินวันนา
ปี 2560 ที่ผ่านมา มีบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จำนวน 42 บริษัท โดยมีวาณิชธนากร (ไอบี) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แต่กว่าจะนำบริษัทใดบริษัทหนึ่งเข้าจดทะเบียนได้ ไอบีทำมากกว่าช่วยนำหุ้นระดมทุนขาย
 ไอบีเปรียบเสมือนเทรนเนอร์ที่จะช่วยประเมินส่วนเกิน ส่วนขาด ของกล้ามเนื้อในร่างกาย แล้วยังจะต้องให้คำแนะนำเรื่องการสร้างสุขภาพให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนในอนาคตด้วย
อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน สายงานวาณิชธนกิจและตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ให้สัมภาษณ์ โพสต์ทูเดย์ว่า  การทำงานของไอบีที่มีความรับผิดชอบ จะคำนึงถึงการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจ และคำนึงถึงนักลงทุนควบคู่กันไป เพราะเป็นผลงานที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับอาชีพของไอบี การกำหนดราคาเสนอขายให้นักลงทุนรายย่อย ไม่ได้อิงที่ความพอใจของผู้ระดมทุน หรือบริษัทที่เสนอขายหุ้นเท่านั้น แต่ราคานั้นต้องอยู่ภายใต้ความพอใจของนักลงทุนด้วย

วาณิชธนากร เป็นมากกว่าที่ปรึกษาระดมทุน

นอกจากนี้ ในการขายหุ้นให้กับนักลงทุน ไม่ใช่เพียงขายให้หมด ซึ่งการขายหุ้นให้หมดเป็นเรื่องที่ง่ายมากและเป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานที่สุด แต่ต้องกำหนดสัดส่วนนักลงทุนแต่ละกลุ่มให้เหมาะสมกับแต่ละบริษัท ระหว่างนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบันกลุ่มต่างๆ
“ในฐานะที่ปรึกษา เราช่วยเตรียมความพร้อมด้านบัญชี จัดโครงสร้างบริษัท จัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น จัดกลุ่มธุรกิจ เพื่อลดโอกาสความขัดแย้งในอนาคต ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไอบีจึงต้องร่วมทำงานกับผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน และหน่วยงานอื่น ให้เป็นไปตามที่ตลาดทุนและนักลงทุนคาดหวัง” อนุวัฒน์ กล่าว
อนุวัฒน์ แนะนำว่า บริษัทที่สนใจระดมทุนควรจะเลือกที่ปรึกษาทางการเงินที่พร้อมจะให้บริการแก่บริษัทระยะยาว ซึ่งการเลือกที่ปรึกษาทางการเงิน และ ผู้ตรวจสอบบัญชี เหมือนกับการเลือกคู่ จะต้องเลือกคนที่จะอยู่ช่วยบริษัทไปตลอด ช่วยหาช่องทางในการระดมทุนใหม่ที่ต้นทุนต่ำ ได้นักลงทุนกลุ่มใหม่เข้ามาเพิ่ม เพื่อช่วยให้กิจการขยายได้อย่างยั่งยืน
ขณะที่ ที่ปรึกษาทางการเงินก็เลือกบริษัท (ลูกค้า) เช่นเดียวกัน โดยจะพิจารณาจากความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ ไม่ใช่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนเพียงเพื่อหวังรวย
หลังจาก ไอบีทำเรื่องการกำหนดราคาเบื้องต้นออกมาได้แล้ว ไม่ได้ยึดราคานั้นทันที แต่จะมีนักวิเคราะห์ประเมินความเห็นของนักลงทุนสถาบันว่าคิดอย่างไรกับราคานี้ ซึ่งความเห็นจะออกมาหลังจากที่ได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจ การเติบโตของธุรกิจ กำไร ค่าใช้จ่ายต่างๆ มีจุดไหนที่จะต้องปรับปรุง หรือมีจุดไหนที่ชอบจุดไหนที่ไม่ชอบ นักลงทุนเข้าใจธุรกิจหรือไม่อย่างไร กระบวนการกำหนดราคานี้มีขั้นตอนที่ชัดเจน
ในมุมนักลงทุน ก่อนที่จะลงทุนจะต้องถามที่ปรึกษาทางการเงินก่อนว่า ราคาที่เสนอขายได้มาอย่างไร ซึ่งจะต้องสามารถตรวจสอบได้ และต้องเห็นกระบวนการทำงานที่ชัดเจน
อนุวัฒน์ กล่าวว่า ธุรกิจไอบีเป็นธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง และการหาสินค้า (บริษัท) มาให้ผู้ลงทุนต้องดูความเหมาะสม ผลตอบแทน และความเสี่ยง ต้องมีกระบวนการควบคุม ความเสี่ยง ปกป้องความเสี่ยง ให้นักลงทุนด้วย และงานไอบีไม่ได้แข่งเฉพาะในไทยแต่แข่งขันกับไอบีทั่วโลก ถึงวันนี้การแข่งขันก็ยังรุนแรงเช่นเดิม แต่บริษัทจะไม่แข่งขันด้านราคามานานมากแล้ว จะเน้นที่คุณภาพการให้บริการเป็นหลัก
 ปี 2561 บริษัทได้ออกมาให้ความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีการจัดในจังหวัดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในกลไกของตลาดทุนมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ต่างจังหวัด มีหลายบริษัทที่มีศักยภาพ มีปัจจัยพื้นฐานมั่นคง มีโอกาสในการเติบโตระยะยาว และมีโครงสร้างผู้บริหารที่เหมาะสมในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน หากมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก็สามารถเข้าระดมทุนได้
“ปีนี้เราอยู่ระหว่างให้คำปรึกษาด้านการเตรียมข้อมูลเพื่อนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ 10 บริษัท มีทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ ในอุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมหนัก สุขภาพ แต่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าใน 10 บริษัทนี้จะสามารถเข้าได้กี่ราย เพราะมีความไม่แน่นอนหลายเรื่อง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดด้วย หลายบริษัทอาจพร้อม แต่สภาพตลาดไม่เอื้อ ไม่แนะนำให้เข้า” อนุวัฒน์ กล่าว
สำหรับค่าใช้จ่ายโดยรวมในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดตั้งแต่เริ่มให้ข้อมูลจนไอพีโอ จะอยู่ที่ 2% ของมูลค่าการระดมทุน ซึ่งการทำงานกับลูกค้าหลายรายใช้เวลาหลายปี เช่น บริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีการเตรียมตัวร่วม 6 ปี กว่าจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนได้ และในช่วงนั้นไอบีก็ไม่คิดค่าใช้จ่าย
 ไอบี นับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ประเมินเบื้องต้นว่า หุ้นที่นำเข้าตลาดหลักทรัพย์จะมีอนาคตเป็นอย่างไร จากผลงานในอดีต หากบริษัทที่เป็นลูกค้าต้องระเห็จออกจากตลาด หรือธุรกิจไม่รุ่ง โดยไม่มีอุบัติเหตุทางวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ระดับประเทศ หรือระดับโลก เข้ามาเกี่ยวข้อง สันนิษฐานได้ว่า ไอบีทำการบ้านมาไม่ดีพอ จึงได้นำบริษัทที่คุณภาพต่ำมาฉุดความรวยของนักลงทุน แทนที่จะสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ