posttoday
ประเทศไทยยุค 4.0 กับสังคมโลว์เทค

ประเทศไทยยุค 4.0 กับสังคมโลว์เทค

05 พฤษภาคม 2561

โอ้โห...“ประเทศไทย 4.0” เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมากในช่วงไม่กี่ปีนี้ เพราะผู้นำประเทศมักพูดให้ได้ยินเป็นประจำ

โดย วิรวินท์ ศรีโหมด

โอ้โห...“ประเทศไทย 4.0” เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมากในช่วงไม่กี่ปีนี้ เพราะผู้นำประเทศมักพูดให้ได้ยินเป็นประจำ รวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ หากคิดทำโครงการอะไร ต้องมีคำศักดิ์สิทธิ์ประโยคนี้เติมไปด้วยแทบทั้งสิ้น

แต่หากพูดกันแบบชาวบ้านว่า ประเทศไทย 4.0 หมายถึงอะไร มันก็คือแผนนโยบายที่รัฐบาลพยายามผลักดันนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศนั่นเอง จากเดิมช่วงประเทศไทยยุค 1.0-3.0 จะเน้นการลงทุนส่งออกพื้นฐานรูปแบบซื้อมาขายไป พยายามผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อส่งสินค้าออก เน้นการลงทุนจากในและต่างประเทศ แต่ทว่ายุค 4.0 นี้ รัฐบาลหวังเปลี่ยนระบบเกือบทุกอย่างให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

พูดอย่างนี้หลายคนอาจยังนึกภาพไม่ออก ขอยกตัวอย่าง เช่น สังคมไร้เงินสด เดี๋ยวนี้เห็นได้ว่าไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าสุดหรู หรือแม้แต่ตลาดข้างถนน ก็ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดแล้ว เพียงมีบัตรหรือโทรศัพท์มือถือที่มีแอพพลิเคชั่นของสถาบันการเงิน (และมีวงเงินด้วย) เท่านั้นก็สามารถชำระแทนเงินสดได้

ล่าสุดซึ่งเป็นเรื่องฮือฮามากช่วงต้นสัปดาห์ ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นหัวเรือใหญ่ ได้ประกาศว่า จากนี้ไม่เกิน 6 เดือน หน่วยงานรัฐทั่วไทยจะยกเลิกการใช้สำเนาเอกสารทางราชการทั้งหมด เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น

ทว่าถ้านึกย้อนกลับไปเรื่องพวกนี้ คนไทยเคยได้ยินมานานแล้ว แต่ไม่คิดว่ามันกำลังจะเพิ่งเริ่มเอง ทั้งที่คิดว่าก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร หากเปรียบการที่ภาคเอกชนทำระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือน่าจะยากกว่าการที่ภาครัฐจะยกเลิกใช้สำเนาบัตรประชาชนทั่วประเทศเสียอีก แต่กลับเป็นว่าระบบที่ยากทำเสร็จก่อน

ผู้เขียนจึงเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดระบบการให้บริการของภาครัฐถึงล่าช้า สวนทางกลับที่พยายามส่งเสริมให้ประเทศเข้าสู่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบราชการ และบุคลากรผู้ให้บริการของรัฐขณะนี้มีความพร้อมหรือยัง?

จึงอยากจะแชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอมา จนทำให้คิดว่าระบบราชการของไทยพร้อมแล้วหรือที่จะใช้คำว่า 4.0

ไม่นานมานี้ได้ทำกระเป๋าสตางค์หาย ทำให้บัตรทุกอย่างหายหมดรวมถึงบัตรประชาชน แต่ทว่าช่วงนั้นไม่มีโอกาสเดินทางไปทำบัตรใหม่ที่เทศบาลแถวบ้านใน จ.นนทบุรี แต่ระหว่างเดินทางไปทำงานก็ผ่านสำนักงานเขตลาดพร้าว จึงลองเข้าไปติดต่อเพื่อจะขอทำบัตรใหม่ เพราะเคยได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้ระบบราชการเชื่อมต่อข้อมูลกันหมดแล้ว แต่ที่ไหนได้พอเข้าไปเจ้าหน้าที่บอกว่าทำไม่ได้ต้องกลับไปพาพ่อแม่มายืนยัน หรือต้องมีเอกสารที่ทางราชการออกให้ยืนยัน

ตอนนั้นผมก็รีบพยายามค้นกระเป๋าเป้ว่า มีเอกสารอะไรพอใช้ยืนยันได้บ้าง จนไปเจอซองสีดำข้างซึ่งในเก็บบัตรสื่อมวลชนไว้ หนึ่งในนั้นคือบัตรที่กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐออกให้ ก็นำไปยื่นแสดงตัวตน แต่ผลสรุปว่าไม่ได้ทั้งที่ก็มีข้อมูลครบ แต่เนื่องจากบัตรหมดอายุแล้ว จึงเกิดคำถามว่าแล้ว อ้าวข้อมูลของประชาชนคนไทยทุกคนในระบบทะเบียนราษฎร ข้อมูลเหล่านั้นไม่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศหรือไง

อีกเรื่องที่หลายคนอาจทราบหรือเคยพบเห็น คือหลายหน่วยงานจะมีเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่ไม่ถนัดเรื่องเทคโนโลยี พูดภาษาบ้านๆ เรียกว่า โลว์เทคหรือมนุษย์ป้า จะใช้เป็นเฉพาะโปรแกรมพื้นฐาน เช่น ไมโครซอฟต์เวิร์ด ไลน์ในโทรศัพท์มือถือ หรือทำได้เฉพาะระบบงานที่ทำงานซ้ำๆ วนเวียนอยู่ทุกวัน และหลายคนก็ยังเห็นว่าระบบการให้บริการยังเขียนหรือบันทึกข้อมูลด้วยมืออยู่เลย

ประเด็นเหตุการณ์ที่ยกขึ้นมาบอกเล่าสู่กันฟังนี้ อยากให้ลองนึกดูกับคำที่ผู้นำประเทศ หรือหลายหน่วยงานพยายามจะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 จึงคิดว่ามันไม่เป็นการพูดเร็วไปหรือ เพราะถ้าหากคุณยังไม่มีการพัฒนาองค์ความรู้ให้เยาวชน ประชาชน รวมถึงบุคลากรขององค์กรต่างๆ ที่ต้องเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนประเทศ ได้รู้จักเข้าใจและเชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีเสียก่อน

การที่รัฐพยายามจะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ 4.0 ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแต่พยายามส่งเสริมการลงทุนหรือดำเนินโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องกลับมามองใส่ใจว่า บุคลากรของประเทศที่จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนงานมีความพร้อมและเข้าใจตรงกันหรือยัง เพื่อจะได้ช่วยทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศให้เข้าสู่สังคมแห่งเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง สมกับคำที่จะใช้เรียกว่าประเทศไทย 4.0

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ