
จ่อใช้ม.44เร่งปฏิรูปประเทศ ขีดเส้นเห็นผลก่อนเลือกตั้ง
รัฐบาลเตรียมใช้มาตรา 44 ขับเคลื่อนประเด็นเร่งปฏิรูปประเทศ หวังเกิดผลทางปฏิบัติใน 8 เดือน ก่อนการเลือกตั้ง
รัฐบาลเตรียมใช้มาตรา 44 ขับเคลื่อนประเด็นเร่งปฏิรูปประเทศ หวังเกิดผลทางปฏิบัติใน 8 เดือน ก่อนการเลือกตั้ง
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ ว่า ที่ประชุมเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อ ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนเห็นผลเป็นรูปธรรมก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ จะใช้มาตรา 44 กับการอนุญาตให้ประชาชนสามารถปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ของตนเองและสามารถตัดมาใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเริ่มจากไม้สักและไม้พะยูงก่อน เนื่องจากหากแก้ไขกฎหมายตามขั้นตอนปกติต้องมีการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งช้าเกินไป
สำหรับประเด็นที่เป็นเรือธง (Flagship) และเป็นเรื่องเร่งด่วน (Quick-Win) ซึ่งสามารถตอบความต้องการของประชาชนที่จะได้รับการขับเคลื่อนให้เกิดเร็วที่สุดนี้ ประกอบด้วย 5 เรื่อง คือ 1.การปฏิรูปราชการเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถได้รับบริการจากรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการปฏิรูประบบราชการที่จะเกิดขึ้นลำดับแรกใน 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และจะมีการตั้งกระทรวงอุดมศึกษา
2.การปฏิรูปเพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิตที่ดีมีเป้าหมายระยะยาวให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น โดยออกกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.ป่าชุมชน คาดว่า 2 หมื่นชุมชนจะได้รับประโยชน์ครอบคลุมพื้นที่ 10 ล้านไร่ พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชน ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อดำเนินธุรกิจในชุมชน
3.แก้ทุจริต สร้างความโปร่งใส เพื่อเป็นรากฐานการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 4.ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคและเท่าเทียม เพื่อสร้างสวัสดิการที่เหมาะสมให้เกิดขึ้นกับประชาชน 5.สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยยอมรับในกฎ กติกา เสรีภาพส่วนบุคคลที่ต้องอยู่บนความรับผิดชอบต่อสังคม และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดในสังคมโดยสันติวิธี







