posttoday
3 ตลาดยานยนต์ ชี้ปัจจัยโตแตกต่าง

3 ตลาดยานยนต์ ชี้ปัจจัยโตแตกต่าง

05 พฤษภาคม 2561

แม้ว่าตลาดยานยนต์ ไตรมาสแรกจะมีปัจจัยบวกเศรษฐกิจฟื้น แต่ไม่ใช่ทุกตลาดเติบโตด้วยปัจจัยอื่นส่ง ผลกระทบ

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

อุตสาหกรรมยานยนต์ไตรมาสแรกมีปัจจัยต่างๆ นานามากมายทั้งบวก และลบ ซึ่งส่งผลกระทบในลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทหรือเซ็กเมนต์ของตลาด

ทั้งนี้ ตลาดที่ดูเหมือนจะได้รับอานิสงส์ทางบวกตั้งแต่ปลายปีก่อนต่อเนื่องมาถึงปีนี้นั้นคือ ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม ที่มีพื้นฐานการเติบโตที่ดีและฐานที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ สำหรับตลาดรถยนต์โดยรวมนั้นเติบโตเหนือความคาดหมายของแต่ละฝ่ายที่ คาดการณ์ ซึ่งเป็นผลดีมาจากสถานการณ์และกำลังซื้อต่างมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ตลาดรถจักรยานยนต์นั้นดูเหมือนว่า จะสวนทางกับตลาดอื่นๆ เนื่องจาก ผลกระทบด้านอื่นที่ส่งผลต่อผู้บริโภคในกลุ่มนี้อย่างราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลกระทบมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ

สุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ในประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยไตรมาสแรกของปี 2561 (ม.ค.-มี.ค.) มีตัวเลขอยู่ที่ 464,368 คัน ไม่เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาด คือ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ รวมถึงกระแสข่าวกรณีมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของไฟแนนซ์ ผู้บริโภคจึงชะลอการตัดสินใจซื้อ จากผลดังกล่าวบริษัทคาดภาพรวมตลาดทั้งปีนี้ ซึ่งต้นปีมองว่าจะอยู่ที่ 1.87 ล้านคัน เติบโตขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจจะขายเหลืออยู่แค่ 1.85 ล้านคัน เพราะแนวโน้มไตรมาสแรกแย่กว่าคาด

อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งผลดีต่อราคาพืชผลเกษตร รวมถึงการปรับขึ้นอัตราค่าแรงในบางพื้นที่ อีกทั้งหากการเลือกตั้งชัดขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดที่อาจส่งผลให้ทั้งปีกลับไปโตตามที่คาดช่วงต้นปี

"ตลาดที่ได้รับผลกระทบคือตลาดรถจักรยานยนต์กลุ่มสปอร์ต ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 15% จากปกติอยู่ที่ 17% ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ผู้บริโภคจึงตัดสินใจซื้อรถจักรยานยนต์กลุ่มครอบครัวซึ่งมีราคาต่ำกว่าแทน" สุชาติ กล่าว

ด้านรถยนต์นั่ง วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์สะสม 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) มีปริมาณการขายอยู่ที่ 237,093 คัน เติบโตขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตขึ้น 12.1% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตขึ้น 13%

สำหรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องนี้เป็นผลจากเศรษฐกิจในประเทศโดยรวมมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี ส่งผลในเชิงบวกต่อตลาดรถยนต์ โดยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเป็นผลมาจากความต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มมากขึ้นจากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประกอบกับความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจภาพรวมของ ผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวมากขึ้น แม้ว่า ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนราคาพืชผลทางการเกษตรโดย ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับต่ำแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์มากนัก

ขณะที่กลุ่มรถยนต์ระดับบน ลาร์ส นีลเซ่น ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมของประเทศไทยไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 6,545 คัน เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและการสนับสนุนให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เติบโตขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าว

นอกจากนั้น บรรยากาศการซื้อขายรถยนต์ในตลาดต่างมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีกำลังซื้อและอารมณ์ในการใช้จ่ายเติบโต

"ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตดีจากเทรนด์ที่มองเห็นในปัจจุบัน ประกอบกับเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตรถยนต์ในตลาดนี้นำเสนอ เช่น เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด ส่งผลให้กระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี" นีลเซ่น กล่าว

คราวนี้ไปลองดูกันบ้างว่ายอดขายของแต่ละบริษัทในช่วงไตรมาสแรกเป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มต้นที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มียอดขายรวมอยู่ที่ 64,234 คัน เติบโตขึ้น 9.3% บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ มียอดขายรวมอยู่ที่ 44,316 คัน เติบโตขึ้น 6.3% บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 28,435 คัน ลดลง 5.8% บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 20,696 คัน เติบโตขึ้น 22.2% บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 16,965 คัน เติบโตขึ้น 18.2% บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 16,586 คัน เติบโตขึ้น 43.5% บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 6,225 คัน เติบโตขึ้น 14.5%,

ส่วนค่ายรถที่ไม่ใช่สัญชาติญี่ปุ่น บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย มียอดขายรวมอยู่ที่ 17,235 คัน เติบโตขึ้น 33.2% บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 5,718 คัน เติบโตขึ้น 115.5% บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 4,891 คัน เติบโตขึ้น 10.4% บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมอยู่ที่ 3,505 คัน เติบโตขึ้น 12.5% และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มียอดขายรวมอยู่ที่ 2,680 คัน เติบโตขึ้น 17.4%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ