posttoday
สภาอุตฯเรียก29สมาคมผู้ส่งออกถกอัตราดอกเบี้ย

สภาอุตฯเรียก29สมาคมผู้ส่งออกถกอัตราดอกเบี้ย

14 ตุลาคม 2553

ส.อ.ท.เตรียมถก 29 สมาคมผู้ส่งออก เรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อส่งสัญญาณไปยัง กนง. โดยเอกชนต้องการให้ลด หรือชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ส.อ.ท.เตรียมถก 29 สมาคมผู้ส่งออก เรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อส่งสัญญาณไปยัง กนง. โดยเอกชนต้องการให้ลด หรือชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วันที่15 ต.ค.นี้ สมาชิกส.อ.ท.จะหารือร่วมกับ 29 สมาคมผู้ส่งออก เช่น สมาคมสิ่งทอ ยางพารา เครื่องหนัง ฯลฯ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการดูแลภาวะค่าเงินบาทไม่ให้เกิดความผันผวน เพื่อส่งสัญญาณจากภาคเอกชนต่อการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 20 ต.ค.นี้ ที่จะมีการพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

ทั้งนี้ ภาวะค่าเงินบาทนั้นเอกชนไม่ได้ต้องการให้อ่อนค่าหาก แต่ขอสะท้อนกับภูมิภาคเท่านั้นซึ่งที่ผ่านมาไทยยังแข็งค่ากว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะคู่แข่งทางการค้า อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นจึงต้องการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลให้ดูแลค่าเงินบาทให้เป็นไปตามกลไกปกติ แต่ขณะนี้ต้องยอมรับว่ามีเงินไหลเข้าออกอย่างรวดเร็วเกรงว่าปัญหาดังกล่าวจะยืดเยื้อซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท.กล่าวว่า เอกชนจะหารือว่าทิศทางดอกเบี้ยควรจะเป็นอย่างไรเพื่อที่จะส่งสัญญาณไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ก่อนหน้านี้ธปท.ระบุว่าไม่มีผลต่อกรณีเงินไหลเข้าแต่ภาคเอกชนเห็นว่ามีผลทางนัยเพราะมีการลงทุนผ่านพันธบัตร อย่างไรก็ตามเบื้องต้นแล้วเอกชนไม่ต้องการเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ขณะนี้อยู่ในอัตรา 1.75%

นอกจากนี้ยังจะหารือถึงมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่รัฐบาลออกมาซึ่งเห็นว่าไม่ได้ผลเพราะเป็นยาอ่อนเกินไป และเห็นว่าเป็นเพียงมาตรการทางเลือกไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยล่าสุดอุตสาหกรรมจังหวัดหลายแห่งแจ้งว่าได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าหากยังคงแข็งค่ามากกว่านี้อาจต้องปิดกิจการโดยเฉพาะผู้ประกอบการสิ่งทอที่จ.สิงห์บุรี

นายธำรง ธิติประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า ส.อ.ท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่าระดับ 29 บาทกว่าต่อเหรียญสหรัฐ บ่งชี้ถึงมาตรการที่รัฐบาลออกมาแล้วยังไม่ได้ผลเพราะไม่สามารถควบคุมเงินไหลเข้าประเทศได้ ดังนั้นจึงเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการยาแรงเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้บาทแข็งค่าหลุด 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐซึ่งจะกระทบต่อภาคส่งออกอย่างหนัก

ทั้งนี้ความเห็นส่วนตัวมาตรการในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการดูแลค่าเงินบาทซึ่งเห็นว่ากนง.ควรจะพิจารณาตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม หรือหากเป็นไปได้ก็น่าจะลดดอกเบี้ยลงเล็กน้อยจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75%

“ค่าเงินบาทไม่สะท้อนภูมิภาคไทยเราแข็งค่ามากกว่าคู่แข่งถึง 10% แล้วขณะนี้ ขณะที่เวียดนามที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของเรากลับอ่อนค่าลงด้วยซ้ำซึ่งที่ผ่านมาเอกชนพยายามบอกแต่ภาครัฐเองเพิ่งยอมรับว่าบาทเราแข็งค่ากว่า”นายธำรง กล่าว 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ