
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะฟื้นครึ่งปีหลัง
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ประกาศกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ 1,058 ล้านบาท ลดลง 21.5%
โดย เจียรนัย อุตะมะ
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ประกาศกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ 1,058 ล้านบาท ลดลง 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็น 31.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 35.1 บาท/ดอลลาร์ และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ทั้งนี้หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 48 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,106 ล้านบาท ลดลง 16.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าเป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนของธุรกิจที่อินเดียปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถทำกำไร กอปรกับขาดแคลนวัตถุดิบรุนแรงขึ้น ส่งผลต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงจาก Lead Time ของวัตถุดิบที่ยาวขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงแรงมาอยู่ที่ 21.5% จาก 26.5% ในไตรมาสแรกปี 2560 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2550 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 13.7% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และลดลงจาก 15.2% ในไตรมาสแรกปี 2560 ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่ม และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น
แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 น่าจะยังไม่ฟื้นตัวนัก จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ยังมีอยู่ และค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามคาดหวังการกลับมาฟื้นตัวของผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2561 ที่จะดีกว่าครึ่งปีแรก ภายหลังบริษัทปรับตัวสั่งซื้อวัตถุดิบให้เร็วขึ้น เพื่อเติมการใช้กำลังการผลิตให้มากขึ้นสู่ระดับปกติ
ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ไว้ที่ 5,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2560 และคาดกำไรปกติลดลง 10.5% จากปี 2560 ยังคงราคาเป้าหมาย 71 บาท (อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นได้ปรับลงจากที่แนะนำขายไปก่อนหน้า ทำให้มีโอกาสปรับขึ้นอยู่ที่ 3.6% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่น้อยกว่าตลาด จากแนวโน้มที่ยังไม่สดใส อย่างน้อยก็ในครึ่งปีแรก โดยมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ มีการปิดโรงงานนอกแผน ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งซื้อสินค้าจากผู้จัดจำหน่าย เจ้าอื่น และเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยใช้สมมติฐานค่าเงินบาทปี 2561 ที่ 30.90 บาท
The semiconductor Industry Association (SIA) รายงานยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ โลกในเดือน ก.พ. 2561 ที่ 3.68 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 2% จากเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2559 แต่ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์โลกถึงจุดสูงสุดในเดือน ธ.ค. 2560 ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท ก่อนที่จะลดลงในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2561 ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 20 เดือน (พ.ค. 2559-ธ.ค. 2560) และอาจจะจบรอบวงจรขาขึ้นของอุตสาหกรรมแล้ว
นักเศรษฐศาสตร์ของเคจีไอยังคงมุมมองว่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่า โดยใช้สมมติฐานค่าเงินบาท ปีนี้ที่ 30.90 บาท/ดอลลาร์







