posttoday
ฮีโร่‘มาร์เวล’พลิกวิกฤตติดลบ

ฮีโร่‘มาร์เวล’พลิกวิกฤตติดลบ

01 พฤษภาคม 2561

แฟรนไชส์ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อเมริกันของค่าย "มาร์เวลสตูดิโอส์"

โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

แฟรนไชส์ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อเมริกันของค่าย "มาร์เวลสตูดิโอส์" ที่มีถึง 19 เรื่อง นับเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยข้อมูลจากเว็บไซต์บ็อกซ์ออฟฟิศโมโจ ระบุว่า ในช่วง 10 ปีมานี้ มาร์เวลกวาดรายได้ในบ้านไปถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) และนอกบ้านอีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 4.7 แสนล้านบาท) จากการฉายหนังทั้ง 19 เรื่อง ซึ่งรวมถึงหนังใหม่อย่าง "อเวนเจอร์ส อินฟินิตี้ วอร์" ที่เพิ่งเข้าโรงเมื่อเร็วๆ นี้

ทว่าก่อนจะมาเป็นแบรนด์ซูเปอร์ฮีโร่แสนล้านในวันนี้ ค่ายมาร์เวลเองเคยติดลบหนักถึงขั้นต้องยื่น "ล้มละลาย" มาแล้ว โดยย้อนไปเมื่อ 2 ทศวรรษก่อนในยุค 90 อุตสาหกรรมหนังสือการ์ตูนในสหรัฐกำลังย่ำแย่หนัก หนังสือการ์ตูนเริ่มเป็นสินค้าที่ขายไม่ออก และทำให้มาร์เวล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์จากศาลล้มละลายในที่สุดเมื่อปี 1996

ภายหลังจากยื่นพิทักษ์ทรัพย์ มาร์เวลเริ่มกระบวนการฟื้นฟูบริษัท โดยได้ควบรวมกับบริษัท ทอยบิซ ผู้ผลิตของเล่นสัญชาติสหรัฐในปี 1997 ซึ่งเว็บไซต์เดอะแรปรายงานว่า ทอยบิซนี่เองที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูบริษัท ด้วยการ "สร้างมูลค่าจากซูเปอร์ฮีโร่ในหนังสือการ์ตูน"

ก่อนหน้านั้น มาร์เวลพยายามหารายได้เข้าบริษัททุกวิถีทาง หนึ่งในนั้นก็คือการขายลิขสิทธิ์ของตัวละครยอดฮิตให้บริษัทอื่นสร้างเป็นหนัง นำโดย "สไปเดอร์แมน" ถูกขายไปยังค่ายโซนี่ ขณะที่บริษัท ทเวนตี้เฟิร์สต์ เซนจูรี ฟ็อกซ์ ได้ "แดร์เดวิล" "เอ็กซ์เมน" และ "แฟนแทสทิก โฟร์"

เมื่อมาร์เวลเปิดบริษัทสตูดิโอของตัวเองขึ้นมาเพื่อสร้างหนังเอง จึงไม่เหลือตัวละครฮิตที่น่าดึงดูดพอจะมาเป็นตัวเอกหนังได้ ทำให้มาร์เวลในส่วนของทอยบิซต้องพลิกกลยุทธ์ใหม่ ให้การสร้างหนังไม่ได้ขายหนังเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะมุ่งขาย "ของเล่น" จากหนังเรื่องนั้นเป็นหลักด้วย ทำให้การจะเลือกสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่สักเรื่องหนึ่งนั้น ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่จากเดิมที่ "เด็กๆ อยากจะดูใคร" ไปเป็น "เด็กๆ อยากจะเล่นกับใคร"

และคำตอบก็มาลงตัวที่ "ไอรอน แมน" หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของแฟรนไชส์มาร์เวลสตูดิโอส์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลตามมาในปี 2008 แม้ตอนแรกจะมีความกังวลกันอยู่เพราะเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยดังเมื่อเทียบกับยอดมนุษย์แมงมุม แต่สุดท้ายหนังเรื่องนี้ก็กวาดรายได้ทั่วโลกไปเกือบ 900 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท)

ความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให ้ "ดิสนีย์" ต้องตาต้องใจและหันมาทุ่มทุนซื้อมาร์เวล 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 แสนล้านบาท) ซึ่งก็เปรียบเสมือนว่าเป็นการสานฝันของมาร์เวลให้สามารถสร้างจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ หรือแฟรนไชส์ที่ใหญ่ขึ้นได้ จนเป็นที่มาของอินฟินิตี้ วอร์ ในปัจจุบัน

นอกจากอินฟินิตี้วอร์ที่เป็นหนังสเกลใหญ่และมีตัวละครหลากหลายแล้ว "เดอะ การ์เดียนส์ ออฟ เดอะ กาแล็กซี" ก็เป็นอีกหนึ่งหนังฟอร์มยักษ์ ที่ถึงแม้จะประกอบไปด้วยตัวละครที่แม้แต่แฟนคลับมาร์เวลยังไม่รู้จัก แต่ก็ประสบความสำเร็จงดงาม ด้วยการกวาดรายได้ 773 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท) เช่นเดียวกัน 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ