posttoday
อุตฯ ฟื้นกำลังผลิตเพิ่ม 76% สูงสุดรอบ 5 ปีดันดัชนีเอ็มพีไอไตรมาสแรกขยายตัว 3.93% อุตสาหกรรมส่งออกโต

อุตฯ ฟื้นกำลังผลิตเพิ่ม 76% สูงสุดรอบ 5 ปีดันดัชนีเอ็มพีไอไตรมาสแรกขยายตัว 3.93% อุตสาหกรรมส่งออกโต

01 พฤษภาคม 2561

ดัชนีเอ็มพีไอเดือน มี.ค. ขยายตัว 2.62% กำลังการผลิตแตะ 76.06% สูงสุดรอบ 5 ปี

ดัชนีเอ็มพีไอเดือน มี.ค. ขยายตัว 2.62% กำลังการผลิตแตะ 76.06% สูงสุดรอบ 5 ปี

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือน มี.ค. 2561 ขยายตัว 2.62% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 76.06% สูงสุดในรอบ 60 เดือน นับจากเดือน เม.ย. 2556 เป็นผลมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่กำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปีก่อนที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งการขยายตัวของกำลังการผลิตในระดับมากกว่า 70% อยู่ในอัตราที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค.ขยายตัวสูง เป็นผลมาจากกำลังซื้อในประเทศที่มีแนวโน้มดี และการส่งออกที่เติบโตสูง โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค.ขยายตัว 8.2% โดยมีสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เหล็ก และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

สำหรับการนำเข้าสินค้าทุนในเดือน มี.ค. ขยายตัว 2.0% โดยสินค้าทุนที่มีการนำเข้าขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์โลหะ ส่วนการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปไม่รวมทองคำขยายตัว 5.9% ตามการนำเข้าเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ รวมถึงอุตสาหกรรมสำคัญขยายตัวดี ทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์และเครื่องยนต์ขยายตัว 11.01% กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารขยายตัว 22.2%

ทั้งนี้ แนวโน้มดัชนีเอ็มพีไอเดือน มี.ค. 2561 แม้จะขยายตัวไม่สูงเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. และ ก.พ.ของปี 2561 แต่เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 เพิ่มขึ้น ประกอบเดือน มี.ค.เป็นช่วงปรับตัวในการผลิต การมีสต๊อกสินค้า และสินค้าคงคลังที่ ส่วนในเดือน เม.ย. คาดว่าตัวเลขอาจจะชะลอตัวลง เนื่องจากเดือน เม.ย. มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน แต่มีความมั่นใจว่าดัชนีเอ็มพีไอในปี 2561 จะขยายตัว 2.5-3% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในปีนี้จะขยายตัวกว่า 70%

สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทในปัจจุบัน ประเมินว่าจะไม่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรม เพราะค่าเงินบาทเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึงสถานการณ์ของการค้าระหว่างประเทศสหรัฐและจีน ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อไทย แต่สิ่งที่อยากให้ภาคอุตสาหกรรมมุ่งดำเนินการคือ มุ่งส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าสูง ทั้งกลุ่มอาหารและสิ่งทอ เส้นใยประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าสูงของประเทศไทยและช่วยผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้ให้ถึงระดับ 5-6% ส่วนการร่วมมือกับอาลีบาบาอาจจะมีผลต่อภาคอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมข้อมูลเฉพาะช่วงไตรมาสแรกปี 2561 เอ็มพีไอ ขยายตัว 3.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไตรมาสแรกขยายตัว 13.5% และการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 12.1%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ