
เลื่อนโหวตแผนฟื้นฟู‘เอิร์ธ’
เลื่อนโหวตแผนฟื้นฟูเอิร์ธ มูลหนี้ 1.45 แสนล้าน เหตุกสิกรไทยร้องศาลคัดค้านการจัดกลุ่มลูกหนี้ตกเป็นลูกหนี้ไม่มีหลักประกัน
เลื่อนโหวตแผนฟื้นฟูเอิร์ธ มูลหนี้ 1.45 แสนล้าน เหตุกสิกรไทยร้องศาลคัดค้านการจัดกลุ่มลูกหนี้ตกเป็นลูกหนี้ไม่มีหลักประกัน
นางเพ็ญรวี มาแสง ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา การประชุมเจ้าหนี้ของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) จะต้องเลื่อนการลงมติพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการออกไป (โหวต) เนื่องจากธนาคารกสิกรไทยได้ยื่นคำร้องต่อศาลคัดค้านการจัดกลุ่มลูกหนี้ใหม่ เพราะผู้บริหารแผนมีการจัดให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งศาลจะนัดพิจารณาตัดสินเรื่องนี้ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ในขณะเดียวกันกรมบังคับคดีจะสรุปผลการประชุมครั้งนี้ต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อพิจารณาว่าจะให้มีการจัดโหวตแผนฟื้นฟูอีกเมื่อไร
อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้มีลูกหนี้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ 2,433 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี เซอร์วิสเซส ในฐานะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการเอิร์ธได้เสนอแผนฟื้นฟูเบื้องต้นกลุ่มเจ้าหนี้วงเงินไม่เกิน 3 แสนบาท จะชำระให้เสร็จภายใน 2 ปี กลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แบ่งเป็นส่วนแรก 25% ของภาระหนี้เงินต้นคงค้างประมาณ 3,500 ล้านบาท จะแปลงหนี้เป็นทุน รับชำระด้วยหุ้นสามัญราคา 2.82 บาท/หุ้น ภายใน 3 ปี ไม่มีดอกเบี้ย
สำหรับส่วนที่สอง 30% ของภาระเงินต้นหรือวงเงิน 4,200 ล้านบาท ชำระด้วยเงินสดปลอดดอกเบี้ย 2 ปี 6 เดือน เริ่มทยอยจ่ายในไตรมาส 11 หลังจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ส่วนที่สาม 45% ของภาระหนี้เงินต้นคงค้างหรือประมาณ 6,300 ล้านบาท ขอพักการชำระหนี้ไม่มีดอกเบี้ยเป็นระยะ 15 ปี ซึ่งกลุ่มเจ้าหนี้หุ้นกู้จำนวน 7,655 ล้านบาท จะได้รับชำระคืนภายใน 15 ปี เช่นกัน
ด้านกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีสิทธิในเหมืองถ่านหิน 3 แห่ง ในอินโดนีเซีย บริษัทจะขายและนำเงินบางส่วนชำระหนี้คืน อีกบางส่วนจะใช้นำมาหมุนเวียนทำธุรกิจต่อเพื่อมีรายได้จ่ายคืนเจ้าหนี้
นอกจากนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่ของเอิร์ธ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย 1.2 หมื่นล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย 3,800 ล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1,300 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) 350 ล้านบาท
สินเชื่ออีก







