
รัฐวิสาหกิจโกยแสนล. สคร.แจงยอดเงินส่งเข้าคลัง 7 เดือนเกินเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาท
สคร.ชี้สำนักงานสลากฯ แชมป์นำส่งสูงสุด 7 เดือน คาดทั้งปียอดนำส่งเกินเป้า 1.37 แสนล้านแน่นอน
สคร.ชี้สำนักงานสลากฯ แชมป์นำส่งสูงสุด 7 เดือน คาดทั้งปียอดนำส่งเกินเป้า 1.37 แสนล้านแน่นอน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย. 2561 สคร.จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 4.44 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.96 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 2560-เม.ย. 2561) สคร.จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 1.12 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 2.97 หมื่นล้านบาท หรือ 36% ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2561 สคร.ได้มีนโยบายสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นรองรับนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลดีต่อผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารัฐวิสาหกิจจะสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินเป็นไปตามเป้าหมายการจัดเก็บในปีงบประมาณ 2561 ที่ 1.37 แสนล้านบาท
นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 2.25 หมื่นล้านบาท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 2.07 หมื่นล้านบาท บริษัท ปตท. จำนวน 1.75 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ธนาคารออมสินนำส่งรายได้จำนวน 1.65 หมื่นล้านบาท และบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำนวน 8,600 ล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจอื่นๆ อยู่ที่ 2.65 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี สาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แผ่นดินสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากรัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้น จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศมายกระดับกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว สามารถตอบสนองต่อสภาพการแข่งขัน หรือสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ดีขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ปีงบประมาณ 2561 สคร.ตั้งเป้าหมายนำส่งรายได้ 1.37 แสนล้านบาท แต่จากแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ภาพรวม 7 เดือน ที่สูงกว่าเป้าหมายถึง 2.9 หมื่นล้านบาท ทำให้คาดว่ายอดการนำส่งรายได้จากรัฐวิสาหกิจภาพรวมทั้งปีงบ 2561 จะจัดเก็บได้ไม่น้อยกว่า 1.47 แสนล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท







