posttoday
กรมศุลฯ เร่งยกระดับการค้า หวังขยับอันดับความยากง่ายการทำธุรกิจของธนาคารโลกปีนี้ หลังปีก่อนตกชั้น

กรมศุลฯ เร่งยกระดับการค้า หวังขยับอันดับความยากง่ายการทำธุรกิจของธนาคารโลกปีนี้ หลังปีก่อนตกชั้น

01 พฤษภาคม 2561

กรมศุลฯ เล็งดึง 500 ผู้ประกอบการเข้าเออีโอ เตรียมลงนามเพิ่มอีก 5 ประเทศ ยกระดับมาตรฐานพิธีการศุลกากร

กรมศุลฯ เล็งดึง 500 ผู้ประกอบการเข้าเออีโอ เตรียมลงนามเพิ่มอีก 5 ประเทศ ยกระดับมาตรฐานพิธีการศุลกากร

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรเตรียมลงนามในข้อตกลงเรื่องโครงการมาตรฐานเออีโอ (Authorized Economic Operator : AEO) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความปลอดภัยในการนำเข้าและส่งออกตลอดเส้นทางของการขนส่งสินค้าร่วมกับ 3 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ภายในปีนี้ และมีแผนจะลงนามข้อตกลงเพิ่มอีก 2 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลียและอังกฤษ ภายในปี 2562

ขณะที่ปัจจุบันไทยได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2556 กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฮ่องกงและเกาหลีใต้ โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 345 ราย มีมูลค่าการนำเข้า 46.1% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด และมีมูลค่าส่งออก 42.9% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด หรือคิดเป็น 23.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 4 ของจีดีพี และเตรียมเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าโครงการเพิ่มเติม ตั้งเป้าหมาย 500 รายภายในปีนี้

ทั้งนี้ เชื่อว่าผลจากการเร่งยกระดับมาตรฐานเออีโอ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความปลอดภัยในการนำเข้าและส่งออกตลอดเส้นทางของการขนส่งสินค้า ร่นระยะเวลาการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับสิทธิพิเศษในการอำนวยความสะดวก ด้านพิธีการศุลกากรในประเทศที่ได้ทำความตกลงยอมรับร่วมกัน (MRA) พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมี74 ประเทศทั่วโลกที่เข้าโครงการ

สำหรับประเทศไทยในฐานะสมาชิกองค์การศุลกากรโลก ได้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าว และยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนของประเทศ และเป็นการยกระดับการจัดอันดับการอำนวยความสะดวกการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากธนาคารโลกเดินทางเข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อนำไปจัดอันดับความยากง่ายในการเข้ามาทำธุรกิจในเดือน พ.ค.นี้ด้วย

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Transhipment และการผ่านพิธีการศุลกากรโดยวัดระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจปล่อยสินค้า (Time Release Study : TRS)  และมีการทำระบบบริการจำแนกพิกัด อัตราศุลกากรล่วงหน้า (e-Advance Ruling) ที่จะอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการมากขึ้น โดยลดระยะเวลาเหลือไม่เกิน 30 วัน จากเดิมที่ใช้เวลา 90 วัน

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีผลช่วยให้การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในไทยของธนาคารโลกปีนี้ดีขึ้น เนื่องจากผลจัดอันดับปี 2560 อันดับด้านการค้าระหว่างประเทศตกลงมา 1 อันดับ จาก 56 เป็น 57

สำหรับมาตรฐานเออีโอ ผู้ประกอบการจะต้องมีคุณสมบัติคือ ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และได้รับการรับรองว่าเป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลัง 2 ปีบัญชีสุดท้ายติดต่อกัน เป็นผู้นำของเข้าหรือส่งของออกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่มีประวัติการกระทำความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร และต้องมีแผนควบคุม มีระบบการจัดการและการประเมินความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ

นอกจากนี้ ในส่วนของตัวแทนออกของมีข้อกำหนดคือ ต้องมีความพร้อมในการผ่านพิธีการศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด และต้องมีผู้ชำนาญการศุลกากรที่กรมศุลกากรรับรองปฏิบัติหน้าที่ประจำอย่างน้อย 1 คน ซึ่งผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ จะได้รับสิทธิพิเศษในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากรนำของเข้า ส่งของออก และกรณีที่จะต้องเปิดตรวจจะได้รับการตรวจปล่อยเป็นลำดับแรก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ