
กำลังซื้อเปราะบาง ชนชั้นกลางบูมศก.
แบงก์ชาติห่วงรายได้ภาคเกษตรยังติดลบ ครึ่งปีหลังหวังแรงส่งการลงทุนภาครัฐและเอกชนเริ่มกลับมา
แบงก์ชาติห่วงรายได้ภาคเกษตรยังติดลบ ครึ่งปีหลังหวังแรงส่งการลงทุนภาครัฐและเอกชนเริ่มกลับมา
น.ส.พรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินในไตรมาสแรกของปี 2561 ว่า ปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แม้รายได้เกษตรกรจะมีทิศทางดีในเดือน มี.ค. ที่หดตัว 3.8% ลดลงจากการหดตัวถึง 7% ในเดือนก่อนหน้า แต่ในภาพรวมไตรมาสแรกยังคงหดตัว 4.8%
ขณะที่รายได้ลูกจ้างนอกภาคเกษตรที่ปรับขึ้นไม่มากนัก ดังนั้นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงจึงเป็นแกนหลักของการขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ และทำให้ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนไตรมาสแรกเติบโตเป็นบวกได้ 3.3%
ทั้งนี้ ธปท.ประมาณการว่ารายได้ภาคเกษตรทั้งปี 2561 จะเติบโตเป็นบวกได้ 3.1% และปี 2562 จะเติบโต 2.2% ดีขึ้นเรื่อยๆ จากปี 2560 ที่เติบโต 1.7% โดยรายได้ภาคเกษตรจะโตได้จากผลการค้าขายผลผลิตที่มากขึ้นในสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย แต่ในทางกลับกันผลผลิตจำนวนมากก็กดดันราคาให้ตกต่ำไปด้วย
น.ส.พรเพ็ญ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปี 2561 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องอัตราเติบโตจะใกล้เคียงไตรมาส 4 ปี 2560 ที่ 4% ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกาศไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการส่งออกที่ขยายตัวดี 9.9% ภาคท่องเที่ยวเติบโต 15.4% การผลิตภาคอุตสาหกรรมเติบโต 3.9% การลงทุนภาคเอกชนหดตัว 0.3%
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะเติบโตต่อเนื่อง แต่อาจจะเห็นการกระจายตัวมากขึ้นจากที่กระจุกตัวอยู่กับการส่งออกและท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะเห็นแรงส่งจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนเริ่มกลับมา







