
รถกำลังจะถูกยึด ทำไงไม่ให้โดนยึด โค้ชช่วยหน่อย!!
คุณผู้อ่านท่านหนึ่งส่งคำถามเข้ามาหลังไมค์เพื่อขอคำแนะนำจากมันนี่โค้ช
โดย...จักรพงษ์ เมษพันธ์ุ
คุณผู้อ่านท่านหนึ่งส่งคำถามเข้ามาหลังไมค์เพื่อขอคำแนะนำจากมันนี่โค้ช
ปัจจุบันด้วยภารกิจที่ค่อนข้างแยะ ทำให้วันหนึ่งผมตอบคำถามได้แค่ประมาณ 20 คน แต่ละคนก็อาการหนักเบาไปตามเรื่อง
บางวันอ่านคำถาม ตอบคำถามเยอะ จนแทบระบมสมอง เปิดมาเจอคำถามแบบนี้ก็รู้สึกน่ารักกับเจ้าของคำถามอยู่เหมือนกันนะ
ถ้าตอบไปตรงๆ ว่า “ถ้ากลัวรถถูกยึด ก็เอาค่างวดไปชำระเขาสิ” ... ก็อาจด่าว่าเรา “กวนตีน”
แต่จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องจริงนะ เพราะที่เขาจะยึดก็เพราะเราไม่จ่ายค่างวดเขา ถ้าไม่อยากให้เขายึด ก็หาค่างวดไปให้เขาซะ ก็จบ!
หรือถ้าไม่มี หาไม่ได้ หาไม่ทัน ก็ไปคุยกับเขา เจรจากับเขา ว่าเราพอจะมีให้ได้เมื่อไหร่ ก็ตกลงเจรจากันไป
สุดท้ายถ้าไม่ไหวจริงๆ ไม่มี “ปัญญา” เอาไว้ ก็ต้องปล่อยให้เขายึดไป หรือหากเป็นหนี้อื่น ค้างเขา ไม่จ่ายเขา เดี๋ยวเขาก็ฟ้อง ขณะรอฟ้อง เราก็รีบหาเงิน เก็บเงิน รอเจรจา (เดี๋ยวนี้ธนาคารไม่ค่อยอยากให้เราไปศาลแล้ว มักจะมีนัดไกล่เกลี่ยกันก่อน)
แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายตอบแบบนี้ไป (ผมตอบไปแบบนี้จริงๆ) ก็โดนด่า “ตกลงเก่งจริงหรือเปล่า!” “แก้หนี้เป็นจริงหรือเปล่า มาสอนคนอื่นเขา” “ถ้าไม่รู้วิธี ก็อย่ามาอาสาแก้หนี้ กระจอก!!” ... (สบายๆ นะครับ ผมโดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ 555)
คนเราบางที บางคำถาม ถ้าคิดก่อนถาม คิดแบบตรงๆ นี่แหละ ไม่ต้องซับซ้อน บางทีก็อาจจะเจอทางแก้ไขปัญหาได้ไม่ยาก
Q : อยากเก็บเงิน 1 ล้านแรกได้ แต่ทุกวันนี้แค่หลักหมื่นยังไม่มีเลย ทำไงดี
A : งั้นเริ่มเก็บจากหลักหมื่นให้ได้ก่อนครับ หลักล้านเดี๋ยวค่อยว่ากัน
Q : ทำไมสอนให้คนฝันเล็กละครับ
A : ถ้าฝันใหญ่แล้วเพ้อเจ้อ เพราะฝันแล้วไม่ได้ทำ (อ่า) อะไร ลองฝันเล็กๆ ที่เป็นจริงดูก่อนก็ดีนะครับ
Q : งานประจำที่ทำให้เงินเดือน ไม่พอใช้ หนูควรย้ายงานมั้ย
A : ลองทำรายรับรายจ่ายดูหรือยังว่า ที่ไม่พอใช้ เพราะเจ้านายให้น้อย หรือเราใช้เปลือง ถ้าทำแล้วพบว่า เพราะเราฟุ่มเฟือยเอง ก็แก้ที่ตัวเอง ถ้าใช้ก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไร แต่ก็ยังไม่พอ ก็ย้าย
Q : อยากออกจากงานครับ แต่กลัวธุรกิจที่เพิ่งเริ่มทำไปไม่รอด ทำไงดีครับ
A : ก็อย่าเพิ่งออกครับ ทำต่อไปอีกสักพัก
Q : แต่กับที่ทำงานก็ไม่ไหวแล้วครับ การเมืองกดดันหนักมาก
A : แล้วมีเงินสำรองพอใช้จ่ายสัก 1 ปี สำหรับทั้งตัวเองและกิจการมั้ย ถ้ามีก็ออกได้
Q : ยังไม่มีอะครับ แต่อยากออกแล้ว
A : อ่ะ! งั้นก็ออก แต่บอกเลยนะว่าเสี่ยง
Q : แต่ออกไป ก็กลัวไม่รอดอ่ะครับ ทำไงดี
(กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 555)
หลายครั้งที่คำตอบซ่อนอยู่ในตัวคำถามของเราเอง และเราเองในฐานะคนถามก็รู้คำตอบ แต่เลือกที่จะไม่หันหน้าสู้กับคำตอบนั้น
ค้างค่างวด ก็ไม่คิดหาหนทางหาค่างวดไปจ่าย เก็บเงินไม่ได้ ก็ไม่แก้ที่นิสัยตัวเอง รู้ว่ามีความเสี่ยงที่จะตัดสินใจอะไรไป แต่ก็ไม่พยายามปิดความเสี่ยง และอดทนรอเมื่อยังไม่พร้อม
อยากบอกว่าอาการทั้งหมดนี้คือ สัญญาณว่า คุณไม่พร้อมที่จะเอาชนะปัญหานั้น และยังถูกวิญญาณไอ้ขี้แพ้สิงอยู่ และน่าจะสิงอยู่อีกนานด้วยนะ
ทั้งหมดที่เขียนมา ไม่ใช่จะบอกว่า คำถามง่ายๆ แบบนี้ อย่ามาถามกันให้เสียเวลา เพราะผมเข้าใจดีว่า คนที่กำลังเจอปัญหา บางทีมันก็ตัน และคิดไม่ออก หลายครั้งเส้นผมก็บังภูเขากันได้
แต่ที่อยากจะบอก คือ บางครั้งปัญหาของเรา มันก็แก้ง่ายๆ ตรงๆ ทื่อๆ ไปนั่นแหละ ง่าย และใช่ที่สุดแล้ว
แม้บางคำตอบอาจทำให้เราต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรเสีย “ทางตรง ก็คือ ทางลัด ที่ดีที่สุดเสมอ” ผมเชื่ออย่างนั้นนะ
เรื่องเงินนั้นไม่ยาก คนที่ทำให้ปัญหายิ่งยากไปกันใหญ่ ก็คือตัวเราเองนั่นแหละ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ประสบปัญหาทางการเงินนะครับ







