
โกลด์เดอรี่รุกปั้นแบรนด์ลุยตลาดนอก
ราคาทองพุ่ง โกลด์เดอรี่ สบช่องตลาดโต 2,000 พันล้านบาท ลุยปั้นแบรนด์เล็งบุกนอก
ราคาทองพุ่ง โกลด์เดอรี่ สบช่องตลาดโต 2,000 พันล้านบาท ลุยปั้นแบรนด์เล็งบุกนอก
นางสาว สรสิดา ชานนประภาส์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท สยาม โกลด์ แกลลอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับทองคำแฮนด์เมด โกลเดอรี่ (Goldlery) เปิดเผยว่า จากสภาพตลาดของเครื่องประดับทองคำว่ามีการเติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการซื้อเพื่อลงทุนของประชาชนทั่วไป ส่งผลให้ตลาดกลุ่มเครื่องประดับทองคำพรีเมียมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทเติบโตเพิ่มขึ้นตามไปด้วยปีละ 10%
ดังนั้น บริษัทจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรด์ โกลเดอรี่ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ในเครือบ้านช่างทองกรุ๊ป และเริ่มดำเนินการมาครบ 1 ปี จึงวางแผนปั้นแบรนด์และบุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยจะเน้นการพัฒนาคอลเลคชันใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น และตั้งเป้าบุกตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในเอเชียเช่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย
ทั้งนี้บริษัทได้เซ็นสัญญากับเครือ เซ็นทรัล ในการนำผลิตภัณฑ์เข้าไปจัดจำหน่ายในลักษณะ Exclusive Brand ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว บางนา พระรามสอง แจ้งวัฒนะ ชิดลม และจะเปิดเพิ่มขึ้นอีก 2 สาขา คือปิ่นเกล้า และ หาดใหญ่ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจากแผนดำเนินการดังกล่าว คาดว่าภายใน 2 ปี จะสามารถทำให้ โกลด์เดอรี่ ครองส่วนแบบตลาดเครื่องประดับทองคำพรีเมียมได้ถึง 30%
นอกจากนี้ ยังได้วางแผนงาน 3-5 ปีจากนี้ จะขยายสาขาร้านให้เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง และขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% ใน 3-5 ปีจากนี้เช่นกัน จากปีนี้คาดว่าจะมียอดขายรวม 50 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของราคาทองนั้น มาจากค่าเงินบาท และ การถือครองทรัพย์สินและการลงทุนในตลาดทองคำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ส่วนทิศทางของราคาทองคำในปีนี้คาดว่าน่าจะเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1,300 US$/ounce และปีหน้า 2554 อยู่ที่ 1,400 US$/ounce ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีอย่างมากในการลงทุนในทองคำ เนื่องจากค่าเงินบาทของไทยมีการแข็งตัว ทำให้ราคาทองคำภายในประเทศยังไม่ได้ขยับสูงขึ้นมาก
ล่าสุดในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปี โกลด์เดอรี่ ได้จัดให้ทำผลิตภัณฑ์เครื่องประดับทองคำแฮนด์เมดชุดพิเศษขึ้น ภายใต้แนวคิด “The Fifth Element of Identity” ซึ่งได้รับแรงบันดานใจในการออกแบบจากธาตุทั้ง 4 ผสานกับอัญมณีที่เป็นเสมือนตัวแทนของแต่ละธาตุ (ดิน น้ำ ลม และไฟ)
ส่วนราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนของผู้ผลิตเครื่องประดับทองคำในขณะนี้นั้น นางสาว สรสิดา กล่าวว่า ในส่วนของ โกลด์เดอรี่ เองถือว่าไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนได้ผ่านทาง โกลด์ ฟิวเจอร์ส อีกทั้งกลุ่มธุรกิจของบ้านช่างทองกรุ๊ป ยังเป็นกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจทองคำที่ดำเนินงานครบวงจร คือ ตั้งแต่การนำเข้า ผลิต และจำหน่ายเครื่องประดับ อีกทั้งยังมีการลงทุนในทองคำแท่งภายใต้บริษัท ออสสิริส และบริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส ซึ่งดำเนินธุรกรรมการค้า โกลด์ ฟิวเจอร์ส ที่เป็นโบรกเกอร์เองด้วย ทำให้จัดว่าเป็นอีกข้อได้เปรียบสำคัญเหนือคู่แข่งในธุรกิจนี้







