
วีเออาร์...ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ
เทคโนโลยี วิดีโอ แอสซิสแตนต์ เรฟเฟอรี(วีเออาร์)
โดย ราชันเบอร์23
เทคโนโลยี วิดีโอ แอสซิสแตนต์ เรฟเฟอรี(วีเออาร์) หรือวิดีโอช่วยการตัดสิน จะถูกนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-15 ก.ค.นี้
เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการช่วยการตัดสินใจของกรรมการ ด้วยการใช้วิดีโอเพื่อตรวจสอบการล้ำหน้า การได้จุดโทษ การทำผิดกฎกติกา จังหวะที่ก้ำกึ่ง หรือไม่ชัดเจน วีเออาร์ได้ถูกนำมาทดลองใช้ครั้งแรกในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อเดือน ธ.ค. 2016 ก่อนจะถูกนำมาใช้ในบุนเดสลีกา และกัลโชเซเรีย อาฤดูกาลนี้ ขณะที่ในอังกฤษถูกนำมาใช้ในถ้วยเอฟเอคัพ รวมถึงบางนัดของฟุตบอลคาราบาวคัพ
แน่นอน ย่อมมีเสียงวิจารณ์ตามมามากมาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างว่าโปร่งใส และ บ้างก็ว่าทำลายมนต์เสน่ห์ลูกหนัง
เหตุผลที่ต้องใช้วีเออาร์
หลายคนยังไม่เข้าใจเมื่อใดถึงจะต้องใช้วีเออาร์ สรุปได้ 4 กรณี คือ กรณีที่ 1 เมื่อลูกเป็นประตูหรือไม่ เมื่อลูกเข้าประตูไปแล้ว แต่ยังคงมีจังหวะปัญหาว่ามีการฟาวล์เกิดขึ้นก่อน หรือมีนักเตะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
กรณีที่ 2 เป็นจุดโทษหรือไม่ เมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะในกรอบเขตโทษ หรือจังหวะก้ำกึ่งว่าเป็นการฟาวล์ในกรอบหรือนอกกรอบ แต่ผู้ตัดสินมองเห็นเหตุการณ์ไม่ชัดเจน สามารถขอดูจากวีเออาร์ ได้เช่นเดียวกัน
กรณีที่ 3 ใบแดงโดยตรง บางทีการเข้าบอลหนัก ผู้ตัดสินอาจไม่เห็น แต่เมื่อมีวิดีโอเข้ามาช่วย สามารถตรวจสอบได้จากวีเออาร์ และแจกใบแดงให้กับผู้เล่นย้อนหลังได้ทันที
กรณีที่ 4 แจกใบเหลือง-ใบแดงผิดคน หลายคนคงจำเหตุการณ์ที่ อังเดรมาริเนอร์ ผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แจกใบแดงผิดคน ด้วยการไล่ คีแรน กิ๊บส์ อดีตแบ็กซ้าย อาร์เซนอล ออกจากสนาม ในแมตช์แพ้ เชลซี 0-6 ทั้งที่ความจริงแล้วควรต้องเป็น อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน เจตนาใช้มือปัดบอลบนเส้นเขตโทษ ซึ่งวีเออาร์ทำให้ปัญหานี้หมดไป
ฟีฟ่ายกมือสนับสนุน
ก่อนหน้านี้ เซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า พยายามต่อต้านการใช้เทคโนโลยีในการตัดสินมาโดยตลอด เพราะให้เหตุผลว่าความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ คือมนต์เสน่ห์ลูกหนัง ทว่า จิอันนีอินฟานติโน ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน กลับเห็นต่าง จึงตัดสินใจให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ต้องนำวีเออาร์มาใช้ เพราะได้นำร่องมาหลายรายการแล้ว
“เราต้องทันต่อยุคสมัย เราต้องการให้อุปกรณ์สำหรับกรรมการเพื่อช่วยให้ตัดสินการแข่งขันได้ดีขึ้น มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้วในปี 2018 ที่ทุกคนในห้องนั่งเล่นตัวเอง ต้องรู้ทีหลังว่าผู้ตัดสินทำผิดพลาดหรือไม่”
เช่นเดียวกับ มัสซิโม บูซัคคา หัวหน้าผู้ตัดสินฟีฟ่า เห็นดีด้วยกับวีเออาร์แต่ต้องพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น
“วีเออาร์ดีมาก เรารู้สึกดีเสมอ เรามีผลการแข่งขันที่ดี แต่อาจจะต้องมีการปรับปรุงในด้านต่างๆ เรื่องสำคัญคือความผิดพลาดเรื่องการตัดสินนั้นหมดไป แต่ต้องปรับปรุงเรื่องเวลาที่อาจจะใช้มันนานเกินไป”
ทำลายอรรถรสเกมลูกหนัง
เหตุผลที่หลายคนแสดงความเป็นห่วง คือ การต้องเบรกเกมไประยะหนึ่งเพื่อรอดูภาพช้า ทำให้เกมฟุตบอลที่ปกติจะไหลลื่น ต้องหยุดชะงักจนขาดความต่อเนื่อง หรือเกิดอารมณ์ค้างในแง่ทฤษฎีทุกอย่างถือว่าเป็นแนวทางที่ดีและถูกต้อง แต่ก็ใช่จะมีแต่เสียงสะท้อนเชิงบวก เพราะเสียงสะท้อนในเชิงลบก็มีเช่นกัน เช่น ฮูโก โยริส ผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศส กล่าวหลังเกมแพ้สเปน 0-2 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง เมื่อเดือน มี.ค. 2017
“วีเออาร์ทำให้การตัดสินถูกต้องก็จริง แต่ก็ทำลายบรรยากาศการฉลองประตู เนื่องจากต้องรอดูว่าลูกเข้าประตูหรือไม่”
สอดคล้องกับ บรูโน เดอร์เรียน อดีตผู้ตัดสินอาชีพ กลับมองเห็นตรงข้าม ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในเกม ก็เป็นส่วนหนึ่งของมนต์เสน่ห์ลูกหนัง เพราะถ้าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเมื่อไหร่ ผู้ช่วยผู้ตัดสินก็ไม่จำเป็นเลย โดยยกตัวอย่างว่าจังหวะล้ำหน้า
“ถ้าผมเป็นไลน์แมน ก็ไม่จำเป็นต้องยกธง เพราะสุดท้ายก็ต้องมาเปิดวิดีโอตัดสินกัน”
เช่นเดียวกับ แกเรธ เซาท์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ไม่พอใจที่ทีมเสียจุดโทษทั้งที่ใช้วีเออาร์ก่อนที่ขุนพล “สิงโตคำราม” ทำได้เพียงเสมอ “อัซซูรี” อิตาลี 1-1 ในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่อง ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 27 มี.ค.
“ผมดีใจที่มันยังไม่ใช่ฟุตบอลโลก ผมคิดว่าการตัดสินชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่ และคุณเถียงเรื่องนี้ได้ทั้งวัน มันดูเหมือน ทาร์คอฟสกี เหยียบใส่ แต่มันเกิดขึ้นตอนวิ่ง และยังไงเขาก็ล้มอยู่แล้ว ผู้ตัดสินมีมุมมองที่ดีอยู่แล้ว ถ้ามันเป็นแฮนด์บอลหรืออย่างอื่นก็ว่าไปอย่าง แต่เราก็ต้องพยายามอยู่กับมันให้ได้”
ทั้งนี้ เจมี วาร์ดี ยิงประตูให้อังกฤษขึ้นนำตั้งแต่นาที 26 แต่ก่อนหมดเวลา 3 นาที เฟเดริโก เคียซา ล้มลงไปในเขตโทษหลังถูก เจมส์ ทาร์คอฟสกี กองหลัง “สิงโตคำราม” เหยียบเท้า ซึ่งเดิมทีผู้ตัดสิน เดนิส อายเตคิน ไม่เป่าฟาวล์ แต่มีผู้เล่นอิตาลีเข้าไปประท้วง ก่อนดูวีเออาร์จึงให้เป็นจุดโทษและ ลอเรนโซ อินซิเญ สังหารไม่พลาด
กรรมการต้องแม่นกฎ
ไม่ใช่กรรมการที่จะใช้วีเออาร์ได้อย่างคล่องแคล่ว หากไม่ได้รับการอบรมมาอย่างดี และไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกมย่อมหยุดชะงักทำให้แฟนบอลเสียอารมณ์โดยเฉพาะแฟนบอลในสนามที่ไม่รู้ว่ากรรมการใช้เทคโนโลยีวีเออาร์ เพราะไม่ได้เปิดภาพช้าให้ดูผ่านจอยักษ์ในสนามและไม่ได้แจ้งผ่านไมค์ให้คนดูทราบเหมือนเอ็นเอฟแอล
เทคโนโลยีก็ไม่ใช่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ต้องดูว่า “วีเออาร์” ในฟุตบอลโลก 2018 จะถูกใจแฟนบอลหรือไม่







