posttoday
สร้างกระแสไทยยั่งยืน

สร้างกระแสไทยยั่งยืน

07 เมษายน 2561

กระแสความนิยมในการแต่งชุดไทย เริ่มตั้งแต่งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว

กระแสความนิยมในการแต่งชุดไทย เริ่มตั้งแต่งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว และยิ่งแรงขึ้นจากความนิยมในละครเรื่องดัง “บุพเพสันนิวาส” ที่สามารถสร้างกระแสทั้งการพูดจา การแต่งกาย ไปจนถึงความสนใจในประวัติศาสตร์ชาติไทย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ในที่สุดเราสามารถสร้างสินค้าทางวัฒนธรรมไทยออกมาได้อย่างโดดเด่น

งานนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้เชี่ยวชาญในการโปรโมทการท่องเที่ยวจึงหยิบเอากระแส “กลับบ้าน แต่งไทยไปเล่นสงกรานต์” มาโปรโมทเทศกาลมหาสงกรานต์ในเมืองต่างๆ 5 พื้นที่ที่มีศักยภาพหลักแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย เช่น ที่กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร จันทบุรี นครศรีธรรมราช และสิงห์บุรี ถือว่าเป็นการทำงานที่ลงลึกและเข้าไปสนับสนุนชุมชนให้เข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ททท.ยังคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาร่วมงานเทศกาลนี้อย่างคึกคัก สร้างรายได้ราว 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงวันที่ 12-16 เม.ย.นี้ ขณะที่หอการค้าแห่งประเทศไทยประเมินเบื้องต้นการจับจ่ายใช้สอยของทั้งประเทศน่าจะอยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-5% ถือเป็นอีกเทศกาลที่สร้างความสุขให้คนไทย

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจพบว่าปีนี้คนกรุงเทพฯ 53% จะร่วมกิจกรรมสงกรานต์ที่เมืองกรุงเป็นหลัก จากเดิมที่จะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเป็นหลัก สะท้อนให้เห็นส่วนหนึ่งว่าคนยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับไม่อยากเสียเวลาเดินทาง เนื่องจากมีปริมาณรถมาก เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ที่อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ในระหว่างการเดินทาง ซึ่งเฉพาะในกรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัด 2.4 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ คนกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางส่วนยังซื้อสินค้าที่เป็นผ้าไทย ผ้าลายดอกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงเป็นผลจากกระแสของละครดังและการแต่งกายชุดไทยที่นิยมต่อเนื่องมาจากงานอุ่นไอรักอยู่เช่นกัน ส่งผลให้ผู้ผลิตเสื้อผ้า ชุดไทยสำเร็จรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นความสุขและสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน หลายหน่วยงานเริ่มทำแผนรณรงค์กระแสไทยนิยมต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม ที่ดูแลภาพลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศ แต่ยังคงมีภาพที่ไม่ชัดเจน เป็นเพียงการทำแผนโปรโมทปลายน้ำเท่านั้น

ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมกระแสไทยนิยมที่ต้นน้ำ เช่น การเข้าไปสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง ให้มีออร์เดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการสนับสนุน หรือการรณรงค์การใช้ผ้าไทยอย่างจริงจัง ซึ่งจะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงกระแสหาย รายได้ก็หดตามไปด้วย เหมือนที่ผ่านมา

และไม่เพียงแต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาวางแผนร่วมกัน เพื่อทำแผนในภาพใหญ่ ให้มีทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนความเป็นไทยอย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งความเป็นไทยไม่ได้มีเพียงแค่เสื้อผ้า ของใช้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความมีน้ำใจ ความสุภาพอ่อนน้อมการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ การดูแลนักท่องเที่ยวอย่างจริงใจและไม่เอาเปรียบ สิ่งเหล่านี้คงต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดพลังและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้

ถึงเวลาสร้างความเป็นไทยให้ยั่งยืน อย่าให้เป็นเพียงกระแสผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย