
ยืมหุ้นขาย3.1หมื่นล.
นักลงทุนปรับพอร์ตหนีหุ้นเผชิญปัจจัยเสี่ยงหนุนยอดยืมหุ้นขายล่วงหน้าบานฉ่ำกว่า 3.1 หมื่นล้าน PTT-EA-KBANK เจอหนัก
นักลงทุนปรับพอร์ตหนีหุ้นเผชิญปัจจัยเสี่ยงหนุนยอดยืมหุ้นขายล่วงหน้าบานฉ่ำกว่า 3.1 หมื่นล้าน PTT-EA-KBANK เจอหนัก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงที่ผ่านมาผันผวนจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการประกาศกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ขณะที่ในประเทศมีทั้งกังวลเรื่องเลือกตั้งและซ้ำด้วยการที่ธนาคารพาณิชย์ออกมาประกาศลดอัตราค่าธรรมเนียมของธุรกรรมออนไลน์ ส่งผลทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงประมาณ 90 จุด หรือ 4.92% นับจากต้นเดือน มี.ค.-5 เม.ย. 2561 ล่าสุด ดัชนีลงมาปิดที่ 1,739.92 จุด จากสิ้นเดือน ก.พ. ปิดที่ 1,830.12 จุด
อย่างไรก็ตาม หากดูจากตัวเลขธุรกรรมขายชอร์ต หรือยืมหุ้นขายล่วงหน้านับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-5 เม.ย. 2561 จะพบว่าปริมาณธุรกรรมการขายชอร์ตคึกคัก ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว พบว่ามีการยืมหุ้นขายล่วงหน้ารวมทั้งสิ้น 180 หลักทรัพย์ ซึ่งมีมูลค่าชอร์ตรวมทั้งสิ้น 3.1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จะพบว่าหุ้นที่มีการยืมขายล่วงหน้ามากที่สุดคือ ปตท. (PTT) เพราะเป็นหุ้นใหญ่ที่นักลงทุนต่างประเทศและสถาบันลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือพลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเผชิญกลับวิกฤตความเชื่อมั่นสะท้อนผ่านมาราคาหุ้นที่ลดลงเกิน 100% มาแล้วจากที่เคยสูงสุดที่ 71.25 บาท ลงมาเหลือ 35.25 บาท/หุ้น หลังมีกระแสข่าวออกมาว่าผู้ถือหุ้นมีการเทขายหุ้นออกมาและนักลงทุนสถาบันก็ขายหุ้น
ทั้งนี้ หากดูโครงสร้างการถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 2560 เปรียบเทียบกับ 20 มี.ค. 2561 จะพบว่า UBS AG Singapore Branch ถือหุ้น 1,105.62 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 1,100.99 ล้านหุ้น นายสมโภชน์ อาหุนัย ถือหุ้น 869.16 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 874.43 ล้านหุ้น แต่จะพบการเปลี่ยนแปลงในส่วนของนายธีรพลนพรัมภา ที่เดิมถือหุ้น 21.50 ล้านหุ้น แต่ล่าสุดได้หลุดโผจากการเป็นผู้ถือหุ้นรวมถึงนายจุลินทร์ อาหุนัย ถือหุ้น 19 ล้านหุ้น หลุดจากรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
นอกจากนี้ นักลงทุนยืมหุ้น KBANK ขายมากเป็นอันดับ 3 เพราะกังวลจากการประกาศลดค่าธรรมเนียมที่ล่าสุดทางธนาคารได้ออกมายอมรับว่าจะทำให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของธนาคารปีนี้จะติดลบ 6-8% จากเดิมที่คาดว่าจะไม่เติบโตจากปีที่ผ่านมา







