posttoday
‘มาลีนนท์’รับ3.8พันล.ขายBEC5%

‘มาลีนนท์’รับ3.8พันล.ขายBEC5%

13 ตุลาคม 2553

 

ยันถือ51%กุมอำนาจบริหาร  เพิ่มปริมาณหุ้นหมุนเวียน49%

โพสต์ทูเดย์ — กลุ่มมาลีนนท์ ทำบิ๊กล็อต BEC 111.26 ล้านหุ้น รับเงินสดกว่า 3,780 ล้าน ราคา 34 บาท กดหุ้นในกระดานร่วง เพิ่ม ฟรีโฟลตถึง 49%

วันที่ 12 ต.ค. 2553 ได้มีการซื้อขายหุ้นรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) ในหุ้นของบริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC) ผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง 3 ทั้งหมด 70 รายการ จำนวน 111.26 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 34 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,782.84 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคาในตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้นในกระดานลดลง ปิดที่ 34.50 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 6.12%

นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี BEC กล่าวว่า การขายหุ้นครั้งนี้เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ตระกูลมาลีนนท์สัดส่วน 5% และยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 51% สามารถกุมอำนาจบริหารจัดการ และส่งผลให้ BEC มีหุ้นหมุนเวียนในกระดานหุ้นเพิ่มเป็น 49%

สำหรับราคาที่ขาย 34 บาท นั้นเป็นราคาที่เกิดขึ้นจากการเปิดให้นักลงทุนเสนอซื้อเข้ามาแบบข้ามคืน (Overnight Book Building)

นายฉัตรชัย กล่าวว่า กลุ่มผู้ซื้อเป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งลูกค้าส่วนบุคคล

ดังนั้น ลักษณะการขายหุ้นล็อตใหญ่ของตระกูลมาลีนนท์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับกรณีของ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ที่กลุ่มวิจิตรพงศ์พันธุ์ขายหุ้นให้กับกองทุนฮ่องกงและสิงคโปร์ จำนวน 130 ล้านหุ้น ในราคา 23 บาท มูลค่าราว 3,000 ล้านบาท เมื่อเดือน ส.ค. 2553 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 23.40 บาท

ล่าสุด นายฉัตรชัย ได้ยืนยันกับนักลงทุนในงาน Consumption Day ที่ บล.ธนชาตจัดขึ้น ว่าเม็ดเงินโฆษณายังคงแข็งแกร่งและการไหลเข้าของเม็ดเงินโฆษณายังคงมีวงจรที่เป็นบวก แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลโฆษณาซบเซาในช่วงไตรมาส 3 BEC ได้เพิ่มช่วงเวลาโฆษณา (จากเวลาเบรกโฆษณา 8 ครั้ง เป็น 9 ครั้ง) โดยเฉพาะในช่วง Super Prime Time นอกจากนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้การชะลอตัวลงของเวลาออกอากาศในช่วง NonPrime Time ซึ่งบริษัทได้ทำการปรับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาขึ้น 913% ในเดือน ก.ค. อีกด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่า BEC จะปรับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาในช่วง NonPrime Time ในเดือน ก.ค. และในช่วง PrimeTime ในเดือน ต.ค. (7%) แต่มีความเป็นไปได้ว่า บริษัทอาจจะพิจารณาปรับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาอีกครั้งในปี 2554 หากเม็ดเงินโฆษณายังคงเติบโตต่อเนื่องในอัตราเดียวกับที่เห็นในปี 2554 เนื่องจาก วงจรที่เป็นบวก

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ประเมิน ว่า มีความเป็นไปได้ที่ BEC จะมีรายได้และกำไรที่ทำสถิติสูงสุดในช่วงไตรมาส 3 โดยคาดว่ารายได้ไตรมาส 3 จะมีจำนวน 2,800 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 2 และ 23% ช่วงเดียวกันของปีก่อน) และกำไรงวดไตรมาส 3 ปี 2553 น่าจะมีจำนวน 802 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาส 2 และ 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย