posttoday
ไขความลับ Bitcoin และ Blockchain

ไขความลับ Bitcoin และ Blockchain

18 มีนาคม 2561

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่านธนาคารและมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้?

โดย ปริญญา หอมเอนก ACIS Professional Center Co., Ltd. and Cybertron Co., Ltd.

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่านธนาคารและมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถเคลื่อนย้ายหุ้น สัญญา เพลง หรือโฉนดที่ดินได้โดยไม่ผ่านคนกลางใดๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีหลายองค์กรใหญ่ๆ ที่เริ่มใช้นวัตกรรมเหล่านี้ ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกันแล้ว ใช่ครับ นวัตกรรมที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้คือเทคโนโลยี Blockchain นั่นเอง

ในปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technologies) กำลังมาแรงอย่างฉุดไม่อยู่ สรุปเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกได้ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.Blockchain 2.Big Data Analytics 3.AI/Machine Learning/Deep Learning 4.IoT (Internet of Things) 5.Cybersecurity ในบทความนี้ขอนำเทคโนโลยี Blockchain มาวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อทำความเข้าใจ 1 ใน 5 ของเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ถึงวันนี้เราคงได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Bitcoin ว่า เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นที่นิยมสูงสุดในปัจจุบัน ขณะนี้ (17-03-2018) ปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดมีจำนวนทั้งหมด 16,924,037 BTC มี Market Cap ทั้งหมด 140,548,373,112 USD คิดเป็นร้อยละ 42.57 ของ Market Cap เงินดิจิทัลทุกสกุลกว่า 1,564 สกุล ณ วันที่ 17-03-2018 ซึ่งในอนาคตปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดจะมีจำนวนสูงสุดประมาณ 21 ล้าน BTC ทั้งนี้ Bitcoin ได้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันปรากฏการณ์เงินเฟ้อ (Inflation) โดยเงินดิจิทัลสกุล Bitcoin นั้นใช้เทคโนโลยี Block chain การช่วยประมวลผลในลักษณะแบบกระจาย ทำให้ Bitcoin สามารถแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง แต่ก็ยังมีคำถามมากมายที่หลายๆ ท่านสงสัย เช่น กระบวนการทำงานของ Blockchain ทำงานอย่างไร และเกี่ยวข้องกับ Bitcoin อย่างไร

หลักการทำงานของ Blockchain Technology

สำหรับสกุลเงินทั่วไป อาทิ สกุลเงินบาท สกุลเงินดอลลาร์ หรือสกุลเงินเยน สกุลเงินเหล่านี้ผู้คนสามารถจับต้องได้ในรูปแบบของเหรียญและธนบัตร โดยวิธีการเคลื่อนย้ายเหรียญและธนบัตรจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งที่เราสามารถมั่นใจได้ว่าเงินนั้นถึงผู้รับแน่นอน วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ การนำเงินเหล่านี้ไปให้ผู้รับด้วยมือของเราเอง แต่เนื่องจากเงินดิจิทัลไม่สามารถที่จะจับต้องได้ในรูปแบบของเหรียญและธนบัตร การเคลื่อนย้ายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งก็ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะดูแลให้เงินถึงผู้รับได้อย่างครบถ้วนโดยไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ตามมา ทำให้จำเป็นต้องมี Middleman เช่น ธนาคารพาณิชย์ในการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การโอนเงินผ่าน Internet Banking/PromptPay หรือผ่านตู้ ATM

ในปัจจุบันและอนาคต เทคโนโลยี Blockchain ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยการใช้เงินดิจิทัลเหล่านี้ เพราะ Blockchain สามารถช่วยทำให้เราสามารถเคลื่อนย้ายเงินดิจิทัลไปสู่ผู้รับได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

แรงจูงใจสำหรับผู้ทำเหมืองบิตคอยน์(Bitcoin Incentive for Miners)

เมื่อนักขุด (Bitcoin Miner) สามารถยืนยัน Block ได้แล้ว Block นั้นจะถูกเชื่อมต่อกับ Block ก่อนหน้ากลายเป็น Chain ที่ยาวขึ้น ในขณะที่นักขุดจะได้ Bitcoin เป็นรางวัลตอบแทนที่ช่วยยืนยันธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลให้ผู้อื่นเป็นแรงจูงใจในการช่วยยืนยันธุรกรรมต่อไป การตอบแทน Bitcoin จากการทำ Bitcoin Mining เริ่มต้นในปี ค.ศ. 2009 เงินรางวัลในช่วงเวลานั้นเท่ากับ 50 BTC ต่อ 1 Block ระบบถูกออกแบบให้ลดเงินรางวัลเหลือครึ่งหนึ่งจากเดิมทุกๆ 210,000 Block ที่ถูกยืนยัน โดยปกติค่า Difficulty จะถูกปรับอัตโนมัติให้เวลาในการทำ Proof-of-Work ในแต่ละ Block จะถูกยืนยันโดยเฉลี่ยในเวลาประมาณ 10 นาที หมายความว่า Bitcoin ที่เป็นเงินรางวัลจะถูกลดลงเหลือครึ่งหนึ่งจากเดิมโดยใช้เวลาประมาณ 2,100,000 นาที หรือประมาณ 4 ปี

กล่าวโดยสรุป เงินสกุลดิจิทัล Bitcoin เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในการนำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้ จริงๆ แล้วเทคโนโลยี Blockchain เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากมายต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในโลกของเรา เรียกได้ว่าเป็น “Game Changer” ซึ่งเทคโนโลยี Blockchain นั้นได้เริ่มเข้ามาในประเทศไทยหลายปีแล้ว ดังนั้นเราควรศึกษากระบวนการทำงานภายในของเทคโนโลยี Blockchain เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เห็นโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาและสามารถนำเทคโนโลยี Blockchain มาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ