
บจ.กลาง-เล็กเพิ่มทุน
บริษัทจดทะเบียนพาเหรดชงผู้ถือหุ้นขอเพิ่มทุนจดทะเบียน นำเงินขยายธุรกิจ-คืนหนี้ SOLAR-CHUO บอร์ดอนุมัติแล้ว
บริษัทจดทะเบียนพาเหรดชงผู้ถือหุ้นขอเพิ่มทุนจดทะเบียน นำเงินขยายธุรกิจ-คืนหนี้ SOLAR-CHUO บอร์ดอนุมัติแล้ว
บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ทยอยเพิ่มวาระขอเพิ่มทุนแบบเป็นการทั่วไปในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ซึ่งจะเริ่มเห็นมีเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการระดมเงินนำมาใช้ในการขยายกิจการหรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงนำเงินไปชำระหนี้สถาบันการเงินโดยล่าสุด
บริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 544.12 ล้านบาท เป็น 870.59 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญจำนวน 326.47 ล้านหุ้น ราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท
ทั้งนี้ หุ้นเพิ่มทุนจำนวนนี้ แบ่งเป็น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) ไม่เกิน 163.24 ล้านหุ้น เสนอขายประชาชนทั่วไป (IPO) ไม่เกิน 108.82 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ไม่เกิน 54.41 ล้านหุ้น โดยเตรียมเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ในวันที่ 30 เม.ย.นี้
ขณะที่บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) (CHUO) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีก 674 .99 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 337.49 ล้านบาท เป็น 1,012.49 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 134.99 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 5 บาท เพื่อรองรับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) โดยจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 30 เม.ย.นี้
สำหรับหุ้นเพิ่มทุนจำนวนนี้จะขายให้กับผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นเพิ่มทุน ในราคาหุ้นละ 0.2 บาท ซึ่งจะได้รับเงินเข้ามา 26.99 ล้านบาท ซึ่งจะชำระค่าหุ้นในวันที่ 31 พ.ค. 2561
นอกจากนี้ การเพิ่มทุนเพราะบริษัทต้องการเงินทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนในการชำระคืนเงินกู้แก่เจ้าหนี้รายต่างๆ ของบริษัทและสถาบันการเงิน และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทเพื่อให้บริษัทกลับมามีศักยภาพในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม จะส่งผลให้บริษัทมีรายได้ ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นและส่งผลให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับผลตอบแทนในระยะยาว
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า การประกาศเพิ่มทุนเกิดขึ้นในบริษัทขนาดกลางและเล็กซึ่งเห็นชัดเจนมากขึ้น จากการประเมินนั้นน่าจะเป็นผลมาจากการที่เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ยังไม่ได้ขยายลงไปถึงกลุ่มขนาดกลางและเล็ก ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และต้องการเงินทุนไปขยายธุรกิจ อีกทั้งหากดูในส่วนของหนี้สินต่อทุน (ดี/อี)ของบริษัทขนาดกลางและเล็กอาจจะปริ่มแล้ว ดังนั้นการตัดสินใจเพิ่มทุนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีและเริ่มเห็นสัญญาณชัด ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้าหากบริษัทขนาดกลางและเล็กจะต้องดำรงอยู่ต้องเพิ่มฐานทุนให้เพียงพอ







