
ผ่อนผันกู้เอสเอ็มอี ยอดขึ้นเฉียดแสนล.
ธพว.ผ่อนเกณฑ์ปล่อยกู้ช่วยคนตัวเล็กต่อ หลัง 4 ปีที่ผ่านมาช่วยลูกค้าได้กว่า 3.96 หมื่นราย เป็นเงินสินเชื่อกว่า 9.13 หมื่นล้าน
ธพว.ผ่อนเกณฑ์ปล่อยกู้ช่วยคนตัวเล็กต่อ หลัง 4 ปีที่ผ่านมาช่วยลูกค้าได้กว่า 3.96 หมื่นราย เป็นเงินสินเชื่อกว่า 9.13 หมื่นล้าน
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2557-2560 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์สินเชื่อโครงการต่างๆ เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ Small SMEs สินเชื่อแม่ค้าคนดี สินเชื่อพัฒนาผลิตภาพการทำงานการผลิต (PIL) ระยะที่ 2 โดยปรับเงื่อนไขประวัติการชำระหนี้ จากเดิมต้องไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้ 24 เดือน ให้เหลือแค่ 12 เดือน ผ่อนปรนระยะเวลาการดำเนินกิจการ จากเดิมต้องทำธุรกิจมาไม่น้อยกว่า 1 ปีเป็นไม่กำหนดระยะเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มสตาร์ทอัพเข้าถึงแหล่งทุนได้
ทั้งนี้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อใหม่แก่เอสเอ็มอีไปแล้วกว่า 3.96 หมื่นราย วงเงินกว่า 9.13 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 46% หรือ 1.8 หมื่นราย อนุมัติสินเชื่อวงเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาท
ขณะที่ สินเชื่อคงค้าง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 มีวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สะสมมีจำนวน 1.14 หมื่นราย วงเงิน 1.66 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วนเป็นบุคคลธรรมดา ถึงกว่า 81% ซึ่งกู้ในวงเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาท สัดส่วนถึง 78% รวมถึงพบว่าหนี้เสียจากสินเชื่อที่ผ่อนปรนเงื่อนไขมีสัดส่วนที่สูงกว่าโครงการที่ไม่ผ่อนปรนด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2558-2560 มีหนี้เสียเพียง 3.32% เท่านั้น
นายมงคล กล่าวต่อว่า การผ่อนปรนคุณสมบัติในช่วงที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น ลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาในช่วงเวลานั้น จึงต้องยอมรับความเสี่ยงสูงที่จะเกิดหนี้เสีย ส่วนเวลานี้ แม้เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนแล้ว ธนาคารยังต้องการส่งเสริมรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงจะคงมาตรการผ่อนปรนคุณสมบัติเช่นเดิม ภายใต้ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้นั้น ประเด็นสำคัญ เกิดจากตัวผู้ประกอบการเอง คุณสมบัติยังไม่เข้าเกณฑ์ของโครงการที่ได้รับการผ่อนปรน รวมถึงอาจมีประวัติค้างชำระ หรือปรับโครงสร้างหนี้ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ความสามารถชำระหนี้ไม่เพียงพอ เช่น มีภาระหนี้เดิมสูงมาก หรือเอกสารแสดงรายได้ไม่สอดคล้องกับที่แจ้งข้อมูล







