posttoday
กล่องของขวัญ ของทรัมป์ (1)

กล่องของขวัญ ของทรัมป์ (1)

07 มีนาคม 2561

รวินันท์ ภู่วัฒนกุล นิติกร สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในร่าง Tax Cuts and Jobs Act ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้ทรัมป์เป็นผู้ผลักดันเพื่อเป็น "ของขวัญวันคริสต์มาส" ให้กับประชาชนชาวอเมริกัน โดยการปฏิรูปภาษีครั้งนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อระบบภาษีของสหรัฐครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ทั้งนี้ อาจสรุปเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวได้ ดังนี้

รวินันท์ ภู่วัฒนกุล นิติกร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในร่าง Tax Cuts and Jobs Act ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้ทรัมป์เป็นผู้ผลักดันเพื่อเป็น "ของขวัญวันคริสต์มาส" ให้กับประชาชนชาวอเมริกัน โดยการปฏิรูปภาษีครั้งนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อระบบภาษีของสหรัฐครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ทั้งนี้ อาจสรุปเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวได้ ดังนี้

1.การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีนี้ จะบังคับใช้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 8 ปีเท่านั้น กล่าวคือ ตั้งแต่วันนี้ 1 ม.ค. 2018-31 ธ.ค. 2025 โดยอัตราภาษีใหม่จะถูกแบ่งออกเป็น 7 ขั้นเหมือนกับที่ใช้ในปัจจุบัน แต่มีการเปลี่ยนแปลงขั้นเงินและอัตรา ดังนี้

ทั้งนี้ อาจเปรียบเทียบกับอัตราภาษีเดิมที่ใช้บังคับอยู่ได้ (ปรับขั้นเงินได้ตามอัตราเงินเฟ้อของปี 2018 แล้ว) ดังนี้

นอกจากจะปรับอัตราภาษีแล้ว ยังอนุญาตให้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นจากเดิมมากถึงเกือบ 2 เท่า กล่าวคือ 1.2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบุคคลธรรมดา และ 2.4 หมื่นดอลลาร์ สำหรับคู่แต่งงาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยกเลิกการยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา และแทนที่ด้วยการให้เครดิตภาษีสำหรับผู้มีบุตรเพิ่มจาก 1,000 ดอลลาร์ เป็น 2,000 ดอลลาร์ ต่อบุตรหนึ่งคน

2.การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของ Tax Cuts and Jobs Act นั้น จะบังคับใช้เป็นการถาวร ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ กล่าวคือ ตั้งแต่ วันนี้ 1 ม.ค. 2018 เป็นต้นไป โดยอัตราภาษีใหม่จะลดจากเดิมซึ่งเป็นอัตราก้าวหน้าระหว่าง 15-39% (ปี 2017) สำหรับนิติบุคคลทั่วไป และ 35% สำหรับ Personal Service Corporations ให้เหลือเพียงอัตราเดียวคือ 21% เท่านั้น

3.การเปลี่ยนแปลงภาษีสำหรับธุรกิจแบบ Pass-Through

ตามกฎหมายเดิมบุคคลอาจจะจัดตั้งธุรกิจให้เป็นธุรกิจแบบ Pass-Through (ธุรกิจขนาดเล็ก) ได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียว หรือห้างหุ้นส่วนต่างๆ ซึ่งทำให้ธุรกิจนั้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ให้รัฐบาลกลาง แต่ผู้ถือหุ้นต้องนำรายได้จากเงินปันผลมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เหลือเพียง 21% ซึ่งอาจต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำให้ไม่สอดคล้องกับหลักการในการลดอัตราภาษีให้ธุรกิจ Pass-Through ดังนี้กฎหมายใหม่จึงกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ ให้บุคคลธรรมดาหรือเจ้าของธุรกิจคนเดียวที่มีรายได้จากธุรกิจแบบ Pass-Through สามารถหักลดเงินได้ได้มากถึง 20% ในเงินได้ 1.57 แสนดอลลาร์แรกสำหรับบุคคลธรรมดา หรือ 3.15 แสนดอลลาร์แรกสำหรับคู่แต่งงาน

4. การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหักลดภาษีเงินได้

เนื่องจากการที่กฎหมายเดิมอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายจากการเสียภาษีมลรัฐและภาษีท้องถิ่นมาหักลดภาษีเงินได้ ซึ่งทำให้รัฐบาลกลางต้องแบกรับภาระเป็นอย่างมาก ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงจำกัดจำนวนค่าใช้จ่ายจากการจ่ายภาษีมลรัฐและภาษีท้องถิ่นมาหักลดได้สูงสุดเพียง 1 หมื่นดอลลาร์

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับใหม่ยังกำหนดให้ผู้ที่กู้เงินมาซื้อบ้านใหม่หลังจากที่กฎหมายที่ผลใช้บังคับ สามารถนำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยมาหักลดได้สูงสุดเพียง 7.5 แสนดอลลาร์ จากเดิมที่อนุญาตให้นำมาหักลดได้มากถึง 1 ล้านดอลลาร์ n

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก