
10 อาชีพ สร้างรายได้ ‘หายจน’ (1)
ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศคือ ปัญหาความยากจนซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่อสู้กันมาตลอด แต่ปัญหาความยากจนก็มิเคยหมดไป มิหนำซ้ำบางคนทั้งจนและเป็นหนี้ รัฐบาลปัจจุบันจึงวางยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งจากการศึกษาของนักวิชาการหลายสถาบันพบสาเหตุของความยากจนตรงกันว่าเป็นเพราะประชาชนฐานรากมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย
ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศคือ ปัญหาความยากจนซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่อสู้กันมาตลอด แต่ปัญหาความยากจนก็มิเคยหมดไป มิหนำซ้ำบางคนทั้งจนและเป็นหนี้ รัฐบาลปัจจุบันจึงวางยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งจากการศึกษาของนักวิชาการหลายสถาบันพบสาเหตุของความยากจนตรงกันว่าเป็นเพราะประชาชนฐานรากมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย
ดังนั้น แนวนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้ให้กับกลุ่มประชาชนฐานราก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่วงวัยแรงงานที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ได้ทำการศึกษากลุ่มอาชีพที่ควรส่งเสริมให้กับประชาชนฐานราก เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้พบว่ามี 10 อาชีพที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง คือ
1.พนักงานรับส่งสินค้า เพราะธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พบว่า ปี 2560 ตลาดอี-คอมเมิร์ซไทยมีมูลค่าสูงถึง 2.8 ล้านล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 16% เปรียบเทียบกับปี 2559 ซึ่งทำให้กลุ่มอาชีพรับส่งสินค้า/พัสดุเป็นที่ต้องการของตลาด โดยบ้านเรามีอัตราเฉลี่ยของการส่งพัสดุสูงถึง 2 ล้านชิ้น/วัน
ดังนั้น อาชีพพนักงานรับส่งสินค้า/พัสดุ จึงมีความจำเป็นมากทั้งต่อธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและธุรกิจอื่นๆ
2.คนดูแลคนป่วย/คนชรา เป็นไปตามเทรนด์ของโลกที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นในทุกประเทศ เพราะเทคโนโลยีการรักษาพยาบาลและการดูแลรักษาสุขภาพที่ดีขึ้น ทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น โดยมีข้อมูลของสหประชาชาติ ธปท.และ สศช.นำเสนอความเห็นคาดการณ์ที่สอดคล้องกันว่าไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2564 (มีจำนวนผู้สูงอายุ 9.2 ล้านคน) และคาดการณ์ว่าจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-Aged Society) ในปี 2583 (มีจำนวนผู้สูงอายุ 12.8 ล้านคน)
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีคนดูแล ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นตาม
3.ผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงามอาชีพนี้เข้ากับสุภาษิตไทยที่ว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ซึ่งปัจจุบันไม่เฉพาะแต่สุภาพสตรีเท่านั้นที่นิยมเสริมความงาม แต่สุภาพบุรุษก็นิยมดูแลสุขภาพหน้าตาตนเองไม่แพ้กัน
ดังนั้น อาชีพผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม จึงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยสมัยก่อนมีเพียงเรื่องของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประทินผิว แต่ปัจจุบันมาเป็นแพ็กเกจ คอร์สเสริมความงาม ทั้งทำทรีตเมนต์ นวดหน้า นวดตัว ฉีดฟิลเลอร์ ทำโบทอกซ์ จนถึงทำศัลยกรรม ตลาดเสริมความงามของไทย จึงนับเป็นตลาดที่มีอนาคตไกล โดยมีมูลค่าตลาดรวมสูงขึ้นทุกปีเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.5-4 หมื่นล้านบาท
4.ช่างซ่อม/ติดตั้งแอร์ อาชีพนี้เป็นความจำเป็นตามสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราที่เป็นเมืองร้อน จึงมีความจำเป็นต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อบรรเทาความร้อนอบอ้าว โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม พบว่าไทยมีการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่มเฉลี่ยปีละ 1.6-1.8 ล้านเครื่อง
5.ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงอุปกรณ์สื่อสาร เมื่อรูปแบบของการติดต่อสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี อินทราเน็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่คนปัจจุบันใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยรัฐก็ส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงอินทราเน็ตพื้นฐาน ด้วยโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านและดิจิทัลฟรีทีวี
ดังนั้น อาชีพช่างซ่อมบำรุงอุปกรณ์สื่อสาร จึงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการของสังคมไทย
สัปดาห์หน้ามาติดตามตอนจบของเรื่องนี้กันครับ







