
อารีพงศ์จับตาฐานะบริษัทประกัน
สั่งคปภ.ชงข้อมูลก่อนถกบอร์ด เดินหน้าคุมค่ารักษาพยาบาล
โพสต์ทูเดย์
— ประธานบอร์ด คปภ. คนใหม่ ขอรับฟังข้อมูลก่อนตัดสินใจกำหนดวิธีแก้ปัญหาบริษัทฐานะการเงินติดลบนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คนใหม่ เปิดเผยว่า กรณีที่มีบริษัทประกันภัย และบริษัทประกันชีวิต มีปัญหาฐานะการเงิน และถูกทาง คปภ.สั่งหยุดรับประกันเป็นการชั่วคราว ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง และยังไม่ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการ คปภ.คนอื่นๆ คงต้องรอขอข้อมูลจากนางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. ก่อนจึงจะวางแนวทางได้ แต่เชื่อว่าทาง คปภ.ได้ดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงยังไม่ได้ดูเป็นกรณีพิเศษ เพราะขณะนี้เรื่องอื่นมีความเร่งด่วนที่ต้องการแก้ไขก่อน เช่น เรื่องค่าเงินบาท
ส่วนกรณีที่ทางภาครัฐมีแนวคิดที่จะให้ธุรกิจประกันชีวิตเข้ามาบริหารค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ ซึ่งแต่ละปีมีวงเงินประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาทนั้น เพราะต้องการทำให้งบประมาณแผ่นดินเข้าสู่ภาวะสมดุลให้ได้ภายใน 5 ปี ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลาง
แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้คงยังไม่สามารถเข้าหารือกับทางกระทรวงการคลังถึงรายละเอียดและแนวทางการบริหารประกันกลุ่มของข้าราชการเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลมาตัดสินใจว่าจะทำได้หรือไม่ได้ และทำอย่างไร เพราะนายสาระ ล่ำซำ ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย อยู่ต่างประเทศ จะเดินทางกลับมาในวันที่ 18 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ จากการหารือเบื้องต้น จะใช้วิธีดึงบริษัทประกันชีวิตเข้าร่วมบริหาร เนื่องจากวงเงินมีขนาดใหญ่ถึง 6.2 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นงานช้าง คงไม่สามารถให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งเข้าไปบริหารได้ ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยเคยร่วมกันบริหารประกันอุบัติเหตุเอื้ออาทร แต่ขาดทุน เพราะผู้ซื้อประกันมีจำนวนน้อย ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ ล่าสุดได้ร่วมกันบริหารประกันอุบัติเหตุกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรุงเทพมหานคร
สำหรับมูลค่าเบี้ยประกันกลุ่มของธุรกิจประกันชีวิตปี 2552 มีจำนวน 3.09 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมประกันสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่เป็นประกันคุ้มครองกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพเพียงอย่างเดียว ยังไม่มีการแยกประกันกลุ่มที่เป็นสวัสดิการ ซึ่งจะมีความคุ้มครองด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ และเสียชีวิต ออกมาต่างหากอย่างไรก็ตาม เฉพาะค่าสินไหมทดแทนหรือค่ารักษาจากสุขภาภาพในปี 2552 มีการจ่าย 1.26 หมื่นล้านบาท ค่าสินไหมจากอุบัติเหตุส่วนบุคคล 2,074 ล้านบาท เฉพาะ 7 เดือนแรกของปี 2553 ธุรกิจประกันชีวิต มีการจ่ายค่าสินไหมด้านสุขภาพไปแล้วจำนวน 5,418 ล้านบาท ค่าสินไหมจากอุบัติเหตุส่วนบุคคล 975 ล้านบาท







