
ท่องเที่ยวไทยสดใส
ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ไทยแอร์เอเชียก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 อายุประมาณนี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็นวัยรุ่นเต็มตัว พร้อมเดินไปข้างหน้าค้นหาความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย
ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ไทยแอร์เอเชียก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 อายุประมาณนี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็นวัยรุ่นเต็มตัว พร้อมเดินไปข้างหน้าค้นหาความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เราฉลองวันเกิดด้วยผลประกอบการประจำปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 35,931.6 ล้านบาท พร้อมด้วยยอดผู้โดยสารที่ 19.82 ล้านคน อัตราการขนส่งผู้โดยสารที่ร้อยละ 87 เปิดเส้นทางบินใหม่รวม 16 เส้นทาง ถือว่าจบปี 2560 ได้อย่างสวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การไม่หยุดนิ่ง พร้อมวิ่งชนโอกาสใหม่ๆ รวมทั้งการกำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อให้ธุรกิจของเราเติบโตและพัฒนาไปพร้อมๆ กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องกันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม
โดยในปี 2561 นโยบายของ หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานด้านการตลาดอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวรวมไว้ที่ 3.1 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 10 แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.1 ล้านล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวไทย 1 ล้านล้านบาท โดยมีนโยบายทำ การตลาดและประชาสัมพันธ์มากมาย ทั้งการท่องเที่ยววิถีไทย เมืองต้องห้ามพลาดซึ่งเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองรอง การท่องเที่ยวข้ามภาค และแคมเปญอื่นๆ เมื่อเห็นนโยบายแล้ว ผมมองว่าเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งแอร์เอเชีย เพราะนั่นหมายถึงนโยบายที่เอื้อต่อการขยายการลงทุนและพัฒนาท่องเที่ยวไปในฐานที่ใหญ่และกว้างขึ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะไม่กระจุกตัวเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อีกต่อไป
ปีนี้แอร์เอเชียวางแนวทางรุกตลาดในประเทศอย่างเข้มข้นมากขึ้น ผ่านการสร้างเครือข่ายการบินภายในประเทศไว้อย่างครอบคลุมและเพิ่มความถี่ในหลายเส้นทาง เพื่อตอบสนองการเดินทางได้ทุกรูปแบบและทุกเวลา รวมทั้งการบินเข้าสู่เมืองรองใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น จ.ระนอง และชุมพร และเรายังคงพร้อมเดินหน้าสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวในเมืองรอง และการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนกับท่าอากาศยานในเมืองรอง เช่น แม่สอด ลำปาง เบตง ผมเชื่อว่าหากสนามบินพร้อม ผู้ประกอบการสายการบินก็พร้อมกระโจนลงไปเล่นเช่นกัน
เมื่อภาครัฐตั้งเป้าขยายการเติบโตด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจน และภาคเอกชนพร้อมเดินหน้าไปทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ในปี 2561 นี้ จึงเป็นอีกปีที่น่าจับตามองของการท่องเที่ยวไทย ทั้งในเชิงปริมาณจากจำนวนนักท่องเที่ยว และเชิงคุณภาพที่มาจากรายได้การใช้จ่ายภายในประเทศ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกจุดหมาย ปลายทางได้หลากหลายและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้น







