posttoday
ตอนจบ

ตอนจบ

04 มีนาคม 2561

ในวันที่ “ข่าว” กำลังถูกทำให้กลายเป็น “กระแส”

โดย ธนพล บางยี่ขัน

ในวันที่ “ข่าว” กำลังถูกทำให้กลายเป็น “กระแส” ทิศทางการเคลื่อนไหวจึงดูไร้ทิศไร้ทางยากจะคาดเดาตอนจบ

เนื้อหาข้อเท็จจริงจึงรางเลือน และค่อยๆ ถูกมองข้าม ตกไปเป็นประเด็นรอง ขณะที่เงื่อนปม “ดราม่า” แปลกๆ ใหม่ๆ ที่ถูกปลุก ถูกปั้นขึ้นมาดึงความน่าสนใจ โหมให้กระแสที่กำลังจะซาไปจากความสนใจของสาธารณะให้กลับมาเชี่ยวกราก 

การพัดพาของ “กระแส” ฉุดให้อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไปตามการชักจูง กลบ หลักการ และเหตุผล ที่อาจดูซับซ้อน และยังต้องใช้เวลานานเพื่อรอกลไกการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาชี้ขาดความถูกต้อง

กลายเป็น “จุดอ่อน” ให้คนที่มองเห็นช่องว่างในกระแสหลบเลี่ยงความเชี่ยวกราก ลอยตัว รอกระแสใหม่ๆ ที่พัดพามากลบกระแสเก่าให้ถูกทับถมกลายเป็นตะกอนนอนนิ่ง ไม่ใช่แค่ไม่ถูกพูดถึงแต่ลืมเลือนราวกับเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง

แถมในจังหวะที่คลื่น “สื่อใหม่” กำลังซัดมาแทนที่ “สื่อเก่า” ยิ่งกลายเป็นช่องทางปลดปล่อย ระบายอารมณ์ที่คั่งค้าง เรียก “แนวร่วม” ที่คิดอ่านไปทางเดียวกันมาช่วยกระพือกระแสให้ลุกโชน

กระแสที่มาเร็ว ไปเร็ว จึงทำให้หลายเรื่องเงียบหายไปก่อนที่จะเห็น “ตอนจบ” ว่าจะแฮปปี้เอนดิ้ง หรือเป็นไปตามที่สังคมคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า หรือจะหักมุมแบบคาดไม่ถึง

ความพยายามสร้างเรื่องใหม่มากลบเรื่องเก่า เพื่อจะได้ดองเรื่องที่เคยเกิดขึ้นให้เงียบหายไปกับกาลเวลา และหันไปสนใจเรื่องใหม่ที่ร้อนแรงเรียกความสนใจมากกว่าเรื่องเก่าที่ขาดแง่มุมความหวือหวาอีกต่อไป มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

การคิดหาทางออกให้กับประเด็นนี้ ทำให้ต้องย้อนคิดไปถึงภาพยนตร์เรื่อง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ของ Martin McDonagh

ภายหลังถนนเส้นใหม่เกิดขึ้น ป้ายบิลบอร์ด 3 ป้าย ริมถนนเส้นเก่าที่แทบไม่มีใครสัญจรไป ถูกทิ้งกลายเป็นป้ายร้างเสื่อมโทรม ไม่มีใครให้ความสนใจมาลงข้อความโฆษณา

จนกระทั่ง Mildred Hayes แม่ผู้สูญเสียลูกสาวไปจากคดีฆ่าข่มขืน เกิดไอเดียใช้ช่องทาง “สื่อเก่า” ลงข้อความกระตุ้นผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งทำคดีหาตัวคนผิดมาลงโทษหลังเรื่องเงียบหายไปเป็นเดือน

ไม่ว่าจะเป็นตลกร้ายที่เสียดสีสังคมหรือไม่อย่างไร แต่นี่อาจจะเป็นทางออกทางเดียวที่พอจะคิดอ่านได้ในบริบทแวดล้อมขณะนั้น และเห็นผลแบบรวดเร็วทันควัน 

ป้ายบิลบอร์ดดังกล่าวปลุกกระแสให้คนทั้งเมืองกลับมาพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง และแน่นอนปลุกให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาสนใจคดีดังกล่าวอีกรอบ ในวันที่ยังมืดแปดด้านไม่รู้จะจับมือใครดม แต่อย่างน้อยก็เกิดการขยับสะท้อนความเอาจริงเอาจังมากกว่าปล่อยให้นิ่งเงียบไปโดยไม่สนใจไยดี

แน่นอน Mildred ที่ทำสัญญาเช่าบิลบอร์ดกดดันเจ้าหน้าที่นานเป็นปีนั้นย่อมต้องถูกรีแอ็กชั่นย้อนกลับเป็นธรรมดา แต่อย่างน้อยการจุดประเด็นดังกล่าวก็นำไปสู่การปลุกให้อีกหลายคนร่วมกันออกมาไล่ล่าหาตัวคนร้าย ซึ่งจะต้องไปติดตามกันเอาเองว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร

ในสังคมปัจจุบันที่ยังมีหลายคดีใหญ่ๆ ซึ่งค้างคาอยู่ในระบบ รอกระบวนการสืบสวน จากทั้งเจ้าหน้าที่ และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หลายเรื่องดูล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น จนชวนให้นึกถึงคดีในอดีตที่เกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพลมีอำนาจเงินที่กระบวนการเอาผิดถูกยื้อจนขาดอายุความ  

หากมีคนคิดอ่านยึดแนวทางจากหนังเรื่อง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri มาประยุกต์ใช้ ก็คงจะแสบๆ คันๆ หรือกระตุ้นให้เกิดความคืบหน้าไม่มากก็น้อย แถมยังปลุกให้เกิดการแสดงพลังทางสังคมต่อไปได้

ไล่เรียงดูทั้งเรื่อง นาฬิกา เสือดำ ตลาด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สังคมจับจ้องรอดูตอนจบ ยังไม่รวมกับคดีอีกมากมายที่หากจะใช้วิธีนี้จริงคงต้องใช้หลายบิลบอร์ดหน่อย...

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน