posttoday
ลงมาเป็นจังหวะซื้อ เพื่อรอขึ้น

ลงมาเป็นจังหวะซื้อ เพื่อรอขึ้น

27 กุมภาพันธ์ 2561

& อรลักษณ์ วงศ์มาศานักวิเคราะห์อนุพันธ์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัดเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) เข้าสู่ช่วงพักตัว (จากเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,848 จุด) ตามตลาดหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่พักตัวลงแรง ราคาน้ำมันโลกที่ชะลอลงประกอบกับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปัจจุบันเกือบ 3.8 หมื่นล้านบาท

& อรลักษณ์ วงศ์มาศานักวิเคราะห์อนุพันธ์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด

เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) เข้าสู่ช่วงพักตัว (จากเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,848 จุด) ตามตลาดหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่พักตัวลงแรง ราคาน้ำมันโลกที่ชะลอลงประกอบกับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปัจจุบันเกือบ 3.8 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายเดือน ได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ที่ประกาศแตกมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) และมีผลประกอบการดีกว่าคาด หนุนให้ตลาดหุ้นไทยดีดฟื้นขึ้นมา ประเมินว่าการปรับตัวลงมาเป็นเพียงการพักตัวในระยะสั้น และตลาดหุ้นจะปรับขึ้นได้ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการพักตัว มองจังหวะพักตัวของดัชนี SET ที่บริเวณ 1,770+/-10 เป็นจังหวะซื้อเพื่อรอขายในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้

ทั้งนี้ เคจีไอประเมินเป้าหมาย ดัชนีในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ที่ 1,850 จุด โดยอิงจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 16.3 เท่า และสมมติฐานกำไรต่อหุ้น ในช่วงสิ้นปี 2561 ที่ 113-114 บาท/หุ้น หลังจากรวมการปรับประมาณการของ นักวิเคราะห์เคจีไอแล้ว

ด้านปัจจัยในประเทศ เข้าสู่ช่วง สิ้นสุดการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2560 โดยรวมผลประกอบการ (ณ วันที่ 23 ก.พ. 2561) เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2559 ราว 6.6% และดีกว่าไตรมาส 3 ปี 2560 ราว 17.2% โดยมีกลุ่มพลังงาน (มีน้ำหนัก 24% สูงสุดในดัชนี SET50) ที่โตโดดเด่น เพิ่มขึ้น +107.5% จากไตรมาส 3 และ 102.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กลุ่มธนาคาร (มีน้ำหนัก 17% ในดัชนี SET50) ชะลอลง -12.5% เปรียบเทียบไตรมาสนี้กับไตรมาสก่อนหน้า และ -18.8% เปรียบเทียบปีนี้กับปีก่อนหน้า ขณะที่ทั้งเดือน มี.ค.จะมีหุ้นในดัชนี SET50 ราว 13 ตัวที่จะมีการขึ้นเครื่องหมาย XD อาจส่งผลให้ดัชนี ลดลงรวมราว 6.3 จุด

แม้ว่ารายงานตัวเลขเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในไตรมาส 4/2560 ออกมาต่ำกว่าคาดจากปัจจัยชั่วคราว แต่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดจะยังดีขึ้นจากปีก่อน โดยนักเศรษฐศาสตร์ เคจีไอยังคงคาดจีดีพีทั้งปีนี้จะขยายตัว 4.8% เนื่องจากผลของฐานที่ต่ำในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ของปีนี้ และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะขยายตัวอย่างโดดเด่นขณะที่ภาคส่งออกยังคงขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้น

ด้านปัจจัยภายนอก มีปัจจัยสำคัญที่ให้ติดตามเริ่มจากคืนวันที่ 9 มี.ค.นี้ ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงาน รวมทั้งอัตราค่าจ้างสหรัฐประจำเดือน ก.พ. หากตัวเลขเพิ่มขึ้นแรงอาจส่งผลลบต่อทิศทางตลาดหุ้นโลกได้ในระยะสั้น ในวันที่ 20-21 มี.ค.นี้ ติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์เคจีไอ คาดว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ขณะที่ความเสี่ยงจากการเลือกตั้งอิตาลีในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป คาดว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่อิตาลีจะออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปเช่นเดียวกับอังกฤษ

ทิศทางราคาน้ำมันในเดือน มี.ค. คาดว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) อาจจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบระหว่าง 59-66 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดมาอยู่ที่ระดับ 10.27 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งขึ้นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นปัจจัยลบกดดันราคาน้ำมัน แต่รัฐมนตรีน้ำมันซาอุดิอาระเบีย คาลิด อัล ฟาลีห์ ออกมาส่งสัญญาณว่า โอเปกและประเทศพันธมิตรจะสามารถกำหนดกรอบการทำงานถาวรร่วมกัน เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในตลาดน้ำมันได้หลังจากข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันจะสิ้นสุดลงในสิ้นปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในลิเบียหนุนให้ราคาน้ำมันโลกอาจจะปรับลดลง แต่ไม่มากนัก

กลยุทธ์การลงทุนเดือน มี.ค. เราคงคาดการณ์แนวโน้มหลักเป็นแกว่งตัวขึ้นแต่อาจสลับชะลอลงได้บ้าง มองจังหวะชะลอลงเป็นจังหวะเหมาะในการเข้าซื้อ แนะนำเปิดสถานะซื้อ (Long) ในสัญญา S50H18 ที่แนวรับ 1,155/1,135 จุด และรอปิดสถานะโดยขาย (Short) เมื่อปรับขึ้นมาใกล้แนวต้าน 1,200/1,220 จุด โดยให้จุดพิจารณาตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 1,135 จุด

สำหรับกลยุทธ์ทองคำเดือน มี.ค. คาดว่าอาจแกว่งตัวชะลอลงได้ในช่วงต้นถึงกลางเดือน จากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในช่วงวันที่ 20-21 มี.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงหลังการประชุมจะเริ่มกลับฟื้นตัวขึ้นได้ ยังคงแนะนำกลยุทธ์ย่อซื้อและขึ้นขาย โดยแนะนำซื้อสัญญาทองคำล่วงหน้า GF10J18 เมื่อชะลอลงมาที่แนวรับ 19,550/19,200 บาท และขายเมื่อปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 20,000/20,200 บาท โดยให้พิจารณาตัดขาดทุนออกไปก่อนหากผิดคาดทะลุต่ำกว่าแนวรับ 19,200 บาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69