posttoday
จีน...กับการมีอิทธิพล ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ CLMVT

จีน...กับการมีอิทธิพล ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ CLMVT

28 กุมภาพันธ์ 2561

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)กว่าทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลกจนขึ้นชื่อว่าเป็น "World Factory" โดยเฉพาะสินค้าที่แข่งขันด้านราคาเป็นหลัก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลกจนขึ้นชื่อว่าเป็น "World Factory" โดยเฉพาะสินค้าที่แข่งขันด้านราคาเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2556 จีนได้เริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยหันมาให้ความสำคัญกับภาคเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นควบคู่ไปกับการขยายบทบาทบนเวทีเศรษฐกิจโลกออกไปในมิติอื่นๆ

ที่นอกเหนือจากการค้ามากขึ้น ทั้งมิติด้านการลงทุนที่รัฐบาลจีนได้เร่งผลักดันให้นักลงทุนจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นโดยมี โครงการ "Belt and Road Initiative" เป็น หัวหอกสำคัญที่ช่วยกรุยทางให้ นักลงทุนจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศ ทำให้มูลค่าการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีนขยายตัวเฉลี่ย ถึง 36% ต่อปี ในช่วงปี 2555-2559 และก้าวขึ้นมาเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกในปัจจุบัน จากที่เคยอยู่อันดับ 7 ในปี 2555

เช่นเดียวกับในมิติด้านการเงิน จีนได้ผลักดันเงินหยวนเข้าสู่ตะกร้า สกุลเงินของไอเอ็มเอฟได้สำเร็จใน ปี 2559 เพื่อเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในตลาดการเงินโลก รวมถึงยังได้ ก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) ซึ่งสะท้อนถึงการแผ่ขยายบทบาทและอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการค้าของจีนบนเวทีโลกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับกลุ่มประเทศ CLMVT ที่ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทยก็ได้รับอิทธิพลด้านเศรษฐกิจจากจีนเพิ่มขึ้นและทำให้บทบาทของจีนที่มีต่อเศรษฐกิจของ CLMVT เด่นชัดขึ้น ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น มิติด้านการลงทุน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจีนได้ ขยายการลงทุนเข้ามาใน CLMVT จำนวนมาก

โดยมูลค่าการลงทุนโดยตรงของจีนที่เข้ามาใน CLMVT ในปี 2559 อยู่ที่กว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20% ของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมดของ CLMVT เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่สัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่เพียง 7% มิติด้านการค้า แม้ปัจจุบันจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 3 ของ CLMVT รองจากสหรัฐ และสหภาพยุโรป

แต่มูลค่าการส่งออกของ CLMVT ไปจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2555 เป็นกว่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2559 หรือขยายตัวเฉลี่ย 8% ต่อปี ทำให้สัดส่วนการส่งออกของ CLMVT ไปจีนเพิ่มขึ้นจาก 10% ต่อมูลค่าส่งออกรวมของ CLMVT ในปี 2555 เป็น 13% ในปี 2559

ขณะที่ มิติด้านการท่องเที่ยว พบว่า ในปี 2559 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ไหลเข้ามาใน CLMVT กว่า 13 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 32% ของนักท่องเที่ยวใน CLMVT ทั้งหมด ถือเป็นนักท่องเที่ยวสำคัญอันดับ 1 ใน CLMVT เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีเพียง 4 ล้านคน หรือคิดเป็น 13% เท่านั้น

บทบาทของจีนต่อ CLMVT

สำหรับประเทศไทย จีนได้เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยในด้านการลงทุนพบว่า ปัจจุบัน จีน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 3 ของไทย ด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 35% ของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมดเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีมูลค่าการลงทุนเพียง 600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ติด 10 อันดับแรกด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน ในด้านการค้าการส่งออกของไทยไปจีนในปี 2560 ขยายตัวสูงถึง 24% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 29,433 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยแซงหน้าสหรัฐ แล้ว

เช่นเดียวกับภาค การท่องเที่ยวที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย ด้วยจำนวนเกือบ 9 ล้านคนหรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงเกือบ 30% ของนักท่องเที่ยวในไทยทั้งหมด ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนในไทยมีสัดส่วนเพียง 13% เท่านั้น

ความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจไทยและจีนที่มีมากขึ้นดังกล่าวนำมาซึ่งโอกาสทั้งในด้านการค้าและการลงทุนของไทยในหลายมิติ

อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจไทยผูกติดกับบทบาทของจีนมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้เช่นกัน

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมเครื่องมือทั้งเชิงรุกและเชิงรับให้พร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในระยะถัดไปให้ได้อย่างทันท่วงที n

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ