posttoday
ยกเครื่องใหญ่ตลาดทุน ดึงนักลงทุนดันศก.

ยกเครื่องใหญ่ตลาดทุน ดึงนักลงทุนดันศก.

28 กุมภาพันธ์ 2561

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ชุดยกระดับการกำกับดูแลตลาดทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมหน้าครั้งใหญ่ของตลาดทุนไทยให้มีความทันสมัยรองรับการเปลี่ยนของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของโลกที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ชุดยกระดับการกำกับดูแลตลาดทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมหน้าครั้งใหญ่ของตลาดทุนไทยให้มีความทันสมัยรองรับการเปลี่ยนของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของโลกที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับตลาดทุนไทยถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย แม้ว่าที่ผ่านมาจะเป็นเสาหลักรองจากตลาดการเงินอยู่มาก แต่ปัจจุบันตลาดทุนไทยก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นเสาหลักสำคัญไม่แพ้ตลาดการเงิน ที่สำคัญตลาดทุนไทยยังเป็นสัญญาณตอบสนองว่าเศรษฐกิจจะดีหรือจะแย่ได้อย่างรวดเร็วกว่าดัชนีเศรษฐกิจอื่น

ที่เห็นได้ชัดเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้ตลาดหุ้นของไทยก็ปรับตัวรับขึ้นสูงกว่า 1,700 จุด ซึ่งเคยเป็นจุดสูงสุดก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เพราะนักลงทุนเห็นว่ารัฐบาลไทยมีการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องได้ผล โดยเศรษฐกิจปี 2560 ขยายตัวได้ 3.9% และปี 2561 จะขยายตัวได้มากกว่า 4.2%

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เร่งผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการใช้ตลาดทุนของไทยเป็นแรงลงทุนระดับต้นของภูมิภาคเอเชีย ทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

สาระสำคัญของกฎหมาย ได้มีการปรับปรุงกฎหมายเก่าให้ดีขึ้นในหลายจุด เป็นการแก้จุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของตลาดทุนภายใต้กฎหมายเดิมที่ใช้กันมานาน เปิดทางให้นักลงทุนใหม่ๆ เข้ามาระดมทุนในตลาดได้ง่ายขึ้น โดยมีการปรับปรุงบทนิยามการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่รัฐมนตรีกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กฎหมายมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับนวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่ ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง หลากหลาย ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง เพราะเดิมในบางธุรกิจกำหนดว่าต้องมีทุนจดทะเบียนต้องไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท แต่ต่อมาบริษัทอาจจะมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท ก็สามารถเข้าตลาดหุ้นได้

นอกจากนี้ เพิ่มกลไกในการแก้ไขปัญหาของบริษัทจดทะเบียน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) มีอำนาจสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ในกรณีที่ไม่สามารถใช้กลไกปกติในการแก้ปัญหาได้ จะช่วยทำให้บริษัทจดทะเบียนสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามในวงกว้าง เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายบริษัทเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าว ทำให้บริษัทเดินต่อไปไม่ได้

ขณะเดียวกันยังยกระดับการกำกับดูแลกองทุนรวม โดยให้บริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่ในการจัดการกองทุนรวมด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของ ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งปรับปรุงช่องทางและวิธีการใช้สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน เพื่อให้โครงสร้างและการดำเนินงานของกองทุนรวมมีการตรวจสอบถ่วงดุลที่ดี และผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับความคุ้มครองมากขึ้น โดยมีการแก้ไขจากที่ผ่านมา การได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยทั้งหมดซึ่งเป็นเรื่องยาก โดยมีการแก้ไขให้ใช้เสียงส่วนใหญ่ที่มาประชุมเหมือนกับการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทในตลาด จะทำให้การดำเนินงานของกองทุนรวมคล่องตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมั่นใจขนเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกันก็มีการปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุน ซึ่งจะช่วยให้ตลาดหลักทรัพย์สามารถสร้างพันธมิตรและเชื่อมโยงการซื้อขายกับตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันระหว่างตลาดหลักทรัพย์และผู้ให้บริการระบบหรือช่องทางเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์อื่นๆ เพิ่มประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนและสร้างความเท่าเทียมในการประกอบธุรกิจศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่สำคัญ คือ การกำหนดให้มีศูนย์กลางในการกำหนดนโยบายและบูรณาการงานด้านการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (Capital Market Development Fund: CMDF) เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาตลาดทุนและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยหลังกฎหมายบังคับใช้ตลาดหลักทรัพย์จะต้องโอนเงินส่วนที่เหลือมาประเดิมกองทุน 5,700 ล้านบาท หลังจากนั้นจะต้องส่งเงินกำไรที่เหลือแต่ละปี 90% ให้กับกองทุน ทุกปี

กองทุนดังกล่าว จะช่วยพัฒนาตลาดทุนในภาพรวมได้ดีขึ้น โดยมีกรรมการจากทั้งตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ประเด็นการตั้งกองทุนเป็นประเด็นร้อน เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายกระทรวงการคลัง โดยอภิศักดิ์ยืนยันให้เรื่องการตั้งกองทุนเพราะเห็นว่าการใช้เงินในการพัฒนาตลาดทุนจะคุ้มค่าและครอบคลุมมากกว่า

นอกจากนี้ กฎหมายยังมีการแก้และเพิ่มประสิทธิภาพ ความชัดเจน และความโปร่งใสในการดำเนินงานในตลาดทุน โดยปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความชัดเจน และความโปร่งใสในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และสำนักงาน ก.ล.ต.

กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ชุดยกระดับฯ ฉบับนี้ จะช่วยทำให้โครงสร้างการกำกับดูแลตลาดทุนไทยมีความสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล มีความชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงยึดหลักในด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนเป็นหลัก ในขณะเดียวกันการเพิ่มความยืดหยุ่นในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ให้รองรับนวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่ที่จะช่วยสนับสนุนให้มีผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การจัดตั้งกองทุน CMDF จะทำให้มีองค์กรที่เป็นศูนย์กลางในการกำหนดนโยบายและบูรณาการงาน ซึ่งจะทำให้ตลาดทุนไทยเป็นเสาหลักสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพในอนาคต n

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค