
ใบอนุญาตแทรกแซงและบ่อนทำลาย
หลังจากมีการเปิดโปงข่าวเรื่อง
หลังจากมีการเปิดโปงข่าวเรื่องกองทุนพัฒนาประชาธิปไตย หรือเอ็นอีดีของสหรัฐอเมริกา ให้เงินอุดหนุนองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอไทยหลายแห่ง ทำให้สังคมไทยให้ความสนใจและตื่นตัวในเรื่องนี้และเรียกร้องให้ทางการไทยหันมาสนใจในการตรวจสอบ ดูแล กิจกรรมขององค์กรเหล่านี้ให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ขณะเดียวกันเกิดกระแสเรียกร้องผ่านสื่อต่างๆ ให้เอ็นจีโอที่รับเงินจากต่างชาติเปิดเผยต่อประชาชนถึงแหล่งที่มาของเงินและรายงานประจำปีต่อสาธารณะตามหลักการบริหารแบบธรรมาภิบาลว่าด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้
สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้เอ็นจีโอทั่วโลกยังมีมาตรการป้องกันตนเองจากการบ่อนทำลายของต่างชาติด้วย “กฎหมายว่าด้วยการรับเงินจากต่างประเทศ” หรือ เอฟเออาร์เอ ซึ่งถูกเสนอให้สภาพิจารณาเมื่อปี 2516 และรัฐสภาได้ผ่านร่างกฎหมายนี้ให้มีผลบังคับใช้ในปี 2519 กฎหมายนี้กำหนดให้องค์กรและเอ็นจีโอทั้งที่เป็นองค์กรการกุศลและไม่ใช่การกุศล องค์กรทางการเมือง สังคม การศึกษา ฯลฯ หากมีการรับเงินเกิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจากรัฐบาลต่างระเทศ องค์การระหว่างประเทศ บริษัทต่างชาติ สหภาพแรงงานต่างชาติ สมาคมต่างชาติ ชาวต่างประเทศ ฯลฯ แต่ไม่รวมถึงสหประชาชาติและองค์กรในเครือ เช่น ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ ต้องแจ้งให้กระทรวงยุติธรรมทราบ วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อป้องกันการใช้งินจากต่างประเทศในการเคลื่อนไหวที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ป้องกันการปลุกระดม และทำกิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ องค์กรหรือปัจเจกชนที่รับเงินจากต่างชาติโดยไม่แจ้งแก่สถาบันอัยการของรัฐจะถูกลงโทษจำคุก 10 ปี
กฎหมายฉบับนี้บังคับให้องค์กรทุกประเภทที่รับเงินจากต่างชาติต้องกรอกแบบฟอร์มที่แสดงถึงสัญญาระหว่างผู้ให้เงินทุนกับผู้รับทุน รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ และจะต้องส่งรายงานผลงานและค่าใช้จ่ายทุก 6 เดือน รวมทั้งเปิดเผยให้สาธารณะได้รับทราบด้วย เอกสารทุกฉบับและการประชาสัมพันธ์ทุกประเภทที่กระทำโดยเอ็นจีโอที่รับทุนจากต่างชาติต้องแสดงสลาก หรือต้องมีประโยคที่เตือนประชาชนผู้รับข่าวสารว่าองค์กรที่เผยแพร่และสร้างข่าวสารนั้นกระทำโดยการอุดหนุนจากต่างประเทศและข่าวที่จะเผยแพร่ต้องนำส่งสำเนาต่อกระทรวงยุติธรรมของรัฐ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานและแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบด้วย ขณะเดียวกันเอ็นจีโอที่รับเงินจากต่างชาติจะต้องเก็บบันทึกต่างๆ เพื่อการตรวจสอบย้อนหลังหากจำเป็น และต้องอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเข้าตรวจสอบได้เอ็นจีโอใดต้องการรับเงินอุดหนุนหรือเงินบริจาคจากต่างประเทศต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเพื่อขอรับเงินจากต่างชาติเป็นกรณีไป และต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานนั้นก่อนจึงจะรับเงินได้
เชื่อว่าหลายประเทศในยุโรปคงมีกฎหมายทำนองเดียวกันที่ใช้กับองค์กรพัฒนาเอกชนที่รับเงินจากต่างประเทศ คงไม่มีประเทศใดๆ ที่ปล่อยให้องค์กรเอกชนรับเงินจากต่างชาติฟรีๆ โดยที่รัฐไม่รู้ว่าเอาเงินไปทำอะไร
อินเดีย ก็มีกฎหมายทำนองเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยอินเดียสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเอ็นจีโอในอินเดียประมาณ 2 หมื่นองค์กร เนื่องจากไม่ปฏิบัติตาม “กฎหมายว่าด้วยระเบียบการรับเงินจากต่างชาติ” หรือ เอฟซีอาร์เอ องค์กรใดแอบรับเงินจากต่างประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกห้ามดำเนินกิจกรรมเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง และจะไม่สามารถรับเงินบริจาคจากต่างประเทศได้อีกเลย ทำให้อินเดียมีเอ็นจีโอเหลืออยู่ในประเทศประมาณ 1.3 หมื่นกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มกรีนพีซซึ่งถูกทางการอินเดียควบคุมและตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ที่มีนโยบายนี้มาตั้งแต่ปี 2557
ตั้งแต่ปี 2557 กลุ่มเอ็นจีโอในอินเดียถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลอินเดียกล่าวหาว่าเอ็นจีโอหลายกลุ่มกำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการรณรงค์ต่อต้านโครงการพัฒนาสำคัญหลายโครงการของรัฐบาล จึงเพิกถอนใบอนุญาตเอ็นจีโอ ที่รับเงินบริจาคต่างชาติมาใช้ในการทำลายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านของเรามี “กฎหมายว่าด้วยสมาคมและองค์การพัฒนาเอกชนนอกภาครัฐ” หรือเอ็นจีโอ ออกบังคับใช้เมื่อเดือน ก.ค. 2558 โดยกำหนดให้เอ็นจีโอซึ่งมีจำนวนประมาณ 5,000 แห่ง ลงทะเบียนเพื่อจะได้สิทธิดำเนินการทางกฎหมาย และแสดงแหล่งที่มาของเงิน รวมทั้งเสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจกรรมและการบริหารเงินขององค์การด้วย รัฐบาลฮุนเซนอ้างว่ากฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งจำกัดเสรีภาพ แต่เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขององค์กรต่างๆ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ กับรัฐบาล อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ฮุนเซนได้กวาดล้างจับกุมสมาชิกเอ็นจีโอเขมรจำนวนมากในข้อหารับเงินจากสหรัฐอเมริกามาบ่อนทำลายประเทศ และกล่าวหาสหรัฐว่าแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชาในการสนับสนุนฝ่ายค้านให้โค่นล้มรัฐบาลฮุนเซน จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตแต่สหรัฐก็ไม่กล้าทำอะไรกับฮุนเซนที่กินดีหมีจากเมืองจีน จนไม่เกรงใจอเมริกันอีกต่อไป
เวลานี้เอ็นจีโอหลายประเทศถูกกล่าวถึงในเชิงเสียดสีว่าเป็นผู้ที่ได้รับ “ใบอนุญาตแทรกแซงและบ่อนทำลาย” จากสหรัฐอเมริกามาแขวนคอ
ในเมืองไทยไม่ทราบว่ามีใครทำสถิติหรือยังว่ามีเอ็นจีโอต่างชาติและเอ็นจีโอไทยที่รับเงินจากต่างชาติจำนวนเท่าใด ในหลักการ เอ็นจีโอเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีบทบาทในการทำงานช่วยเหลือเคียงคู่กับภาครัฐ บางอย่างภาครัฐทำไม่ได้เพราะขาดงบประมาณ กฎระเบียบไม่เอื้ออำนวย หรือด้วยเหตุผลใดก็ตามเอ็นจีโอจะเข้ามาช่วย เงินจากต่างประเทศเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่จะใช้ในการทำงานเพราะรัฐไม่มีงบประมาณสนับสนุน อย่างไรก็ดี ระยะหลังคำว่าเอ็นจีโอถูกสังคมมองในลักษณะของความหวาดละแวงเพราะเอ็นจีโอดีๆ ไม่ค่อยมีข่าว ทั้งที่เอ็นจีโอที่รับเงินจากต่างประเทศส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ช่วยทำงานแบ่งเบาภาระของภาครัฐได้มาก จะมีบางกลุ่มแค่ไม่เกินร้อยละ 10 เท่านั้นที่มีพฤติกรรมอันน่าสงสัยและทำให้ภาพลักษณ์ของเอ็นจีโอส่วนใหญ่ที่ดีได้รับผลกระทบไปด้วย
ส่วนคนไทยรักชาติที่ตรวจสอบกองทุนเอ็นอีดีของอเมริกันที่บริจาคเงินให้กับเอ็นจีโอไทยบางกลุ่ม และมีการเผยแพร่ข้อมูลทางเฟซบุ๊กด้วยนั้น ถูกเฟซบุ๊กของอเมริกันบล็อกไปเรียบร้อยแล้ว







