
เร่งชงภาษีลาภลอยเข้าครม.
คลังเตรียมชงภาษีลาภลอยเข้า ครม. หวังกฎหมายมีผลใช้ได้ในปีหน้า
คลังเตรียมชงภาษีลาภลอยเข้า ครม. หวังกฎหมายมีผลใช้ได้ในปีหน้า
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้สรุปการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. .... หรือภาษีลาภลอยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ดีทำให้เกิดการกระจายใช้ประโยชน์ของที่ดิน และทำให้รัฐเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในปีนี้หรือปีหน้า
สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายยังเหมือนเดิมกำหนดเพดานอัตรา ภาษีที่จะเก็บไม่เกิน 5% โดยอัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจริงจะกำหนดในพระราชกฤษฎีกาอีกครั้ง ผู้เสียภาษีคือบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของห้องชุด ใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สนามบิน ท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ เป็นต้น
ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีใน 2 กรณี คือ กรณีแรกการจัดเก็บในระหว่างการดำเนินโครงการฯ จะจัดเก็บจากการขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือ ห้องชุดทุกครั้ง รอบพื้นที่โครงการฯ ในรัศมีที่กำหนดไว้ไม่ใน 5 กิโลเมตรในส่วนกรณีที่ 2 การจัดเก็บเมื่อการดำเนินโครงการฯ แล้วเสร็จ จะจัดเก็บจากที่ดินหรือห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท (ยกเว้นใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม) และเก็บจากห้องชุดของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่รอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการฯ เพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม สศค.ได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดกฎหมายบางส่วน เช่น การนำส่งเงินภาษี จากเดิมนำส่งเงินภาษีเข้ากองทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ ให้ส่งเข้าคลังเป็นรายได้ของแผ่นดิน
นอกจากนี้ ยังกำหนดโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ที่จะต้องจัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินและห้องชุดที่อยู่รอบโครงการให้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น โดยให้รวมถึงโครงการที่ทำสัญญาก่อนและยังพัฒนาโครงการไม่แล้วเสร็จ ในวันที่ร่าง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้และยังเพิ่มบทลงโทษในกรณีผู้เสียภาษีมิได้ชำระภาษีค้างชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายในเวลาที่กำหนด







