
การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ (2)
พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์หลักการใหญ่ๆ ของความตกลงจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐที่ดึงมาจากหลักการของ WTO (World Trade Organization) ได้แก่ การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment) การไม่เลือกปฏิบัติ (Non-Discrimination) และโปร่งใส (Transparency) ดังได้กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว หลักการทั้งสามข้อนี้อาจทำให้มองได้อย่างหนึ่งว่าเป็นความตกลงที่มีผลให้รัฐบาลประเทศสมาชิกต้องเปิดตลาดการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐบาลของตนทั้งในด้านสินค้าและบริการให้กับประเทศสมาชิกความตกลงฯ ที่สนใจจะเข้าไปเสนอขายสินค้าหรือบริการของตนได้
พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
หลักการใหญ่ๆ ของความตกลงจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐที่ดึงมาจากหลักการของ WTO (World Trade Organization) ได้แก่ การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment) การไม่เลือกปฏิบัติ (Non-Discrimination) และโปร่งใส (Transparency) ดังได้กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว หลักการทั้งสามข้อนี้อาจทำให้มองได้อย่างหนึ่งว่าเป็นความตกลงที่มีผลให้รัฐบาลประเทศสมาชิกต้องเปิดตลาดการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐบาลของตนทั้งในด้านสินค้าและบริการให้กับประเทศสมาชิกความตกลงฯ ที่สนใจจะเข้าไปเสนอขายสินค้าหรือบริการของตนได้
ดังนั้น ถึงแม้จะมีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการจัดซื้อจัดจ้างที่อยู่ภายใต้ความตกลงนี้ไว้ก็ตาม แต่ก็ยังมีประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกไม่มากเมื่อเทียบกับสมาชิก WTO ทั้งหมด คือจนถึงปีที่แล้ว มีสมาชิก 47 ประเทศ (นับสหภาพยุโรป 25 ประเทศ เป็น 1) และมีสวิตเซอร์แลนด์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ถึงแม้ว่าสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นสมาชิกมาก่อนตั้งแต่การจัดตั้ง WTO แต่เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐครั้งล่าสุด ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ต้องแก้กฎหมายภายในให้สอดคล้องกับความตกลง ซึ่งเมื่อดำเนินการแก้ไขและยื่นตราสารรับรองแล้ว ความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐจึงจะมีผลบังคับใช้ต่อสวิตเซอร์แลนด์
การที่ประเทศสมาชิก WTO เข้าเป็นสมาชิกความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐกันไม่มากนัก เพราะนอกจากหลักการสำคัญที่กล่าวแล้วข้างต้น ยังมีเรื่องของการตรวจสอบติดตามด้วย โดยประเทศสมาชิกจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบติดตามการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐภายในประเทศของตน (Domestic Review Procedure) ซึ่งอาจดำเนินการโดยศาล หรือหน่วยงานอิสระอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะ เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากผลการตัดสินในการจัดซื้อจัดจ้าง (Aggrieved Supplier) ของรัฐบาลให้ได้รับการเยียวยา
ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงพอมองเห็นภาพว่า ถ้าเป็นประเทศไทย โครงการใหญ่ๆ เงินงบประมาณมหาศาลคงไม่ไปไหนเพราะมัวแต่เจอเรื่องร้องเรียน แล้วยังมีปัญหาว่า ไทยจะตั้งหน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานดังกล่าว ศาลคงจะมีงานล้นมืออยู่แล้วและเป็นกระบวนการที่ล่าช้า ป.ป.ช. หรือ สตง. หรือ ฯลฯ ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า สำหรับสมาชิกความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐแล้ว ความตกลงนี้ถือว่าเป็นความตกลงที่กำหนดหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Standard) เพื่อให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามเพื่อเป็นหลักประกันว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐได้เป็นไปอย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำ (Threshold) ของการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ให้สมาชิกบังคับใช้ (General Level) คือหากการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าต่ำกว่า Threshold ที่กำหนดก็ไม่ถือว่าต้องทำภายใต้ความตกลงนี้ Threshold ดังกล่าวปรากฏตามตารางข้างล่างนี้
******** กราฟฟิก
ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม เรื่องต่างๆ ที่ความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฉบับแก้ไขครอบคลุมถึง ยังดูจะเป็นเรื่องที่ประเทศกำลังพัฒนาเอื้อมไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องของบริการ และโทรคมนาคม ซึ่งผู้เขียนขอยกตัวอย่างจากเอกสารของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่สรุปไว้มาลงให้ได้เข้าใจถึงขอบเขตกันดังนี้
- การเพิ่มจำนวนหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้ความตกลง GPA เพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 400 หน่วยงาน ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลกลาง หน่วยงานภาครัฐส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆ อาทิ รัฐวิสาหกิจ
- การขยายความครอบคลุมของการเปิดตลาดในสินค้าและบริการ โดยครอบคลุมไปถึงการบริการทางด้านโทรคมนาคม (Telecommunications Services) ใน 9 ภาคีสมาชิก อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น
- การขยายความครอบคลุมการเปิดตลาดไปถึงสัญญาแบบ Build-Operate-Transfer (BOTs) และสัญญาสัมปทานการก่อสร้างสาธารณูปโภค (Public works concessions) ในภาคีสมาชิก ได้แก่ สหภาพฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
- การขยายความครอบคลุมไปถึงการบริการการก่อสร้าง (Construction Services) โดยทุกภาคีสมาชิก
- การลดระดับมูลค่าขั้นต่ำ (Threshold) ลงมาเพื่อขยายความครอบคลุมของการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐให้อยู่ภายใต้ความตกลง GPA มากขึ้น
ประเทศกำลังพัฒนารวมถึงไทยจึงยังไม่เข้าเป็นสมาชิก แต่ต้องก้าวไปอย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าจะมีบริบทที่ว่าด้วยการปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่างแก่ประเทศกำลังพัฒนาก็ตาม ส่วนสิทธิพิเศษเป็นอะไร และไทยได้ก้าวไปอย่างไรนั้น ขอติดไว้เป็นฉบับหน้า
************************







