posttoday
เกณฑ์ไอซีโอเริ่ม 8 มี.ค.

เกณฑ์ไอซีโอเริ่ม 8 มี.ค.

23 กุมภาพันธ์ 2561

บงกชรัตน์ สร้อยทองการระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล (ไอซีโอ)เป็นที่สนใจของของภาคการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คนในอุตสาหกรรมบริษัทที่มีแผนระดมทุนด้วยไอซีโอ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่า วันที่ 8 มี.ค.นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะประกาศกฎเกณฑ์เรื่องไอซีโอที่เกี่ยวข้องด้านหลักทรัพย์ออกมา แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนแบ่งรายได้/กำไร (Securities) รวมถึงสิทธิในทรัพย์สิน (Asset) ที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการจ่ายปันผล และเข้าใจว่าจะมีการกำหนดเม็ดเงินลงทุนขั้นต่ำของประเภทนักลงทุนแต่ละประเภท ซึ่งรายบุคคลน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 3 แสนบาท โดยเกณฑ์คล้ายคราวด์ฟันดิ้ง

บงกชรัตน์ สร้อยทอง

การระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล (ไอซีโอ)เป็นที่สนใจของของภาคการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คนในอุตสาหกรรมบริษัทที่มีแผนระดมทุนด้วยไอซีโอ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่า วันที่ 8 มี.ค.นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะประกาศกฎเกณฑ์เรื่องไอซีโอที่เกี่ยวข้องด้านหลักทรัพย์ออกมา แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนแบ่งรายได้/กำไร (Securities) รวมถึงสิทธิในทรัพย์สิน (Asset) ที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการจ่ายปันผล และเข้าใจว่าจะมีการกำหนดเม็ดเงินลงทุนขั้นต่ำของประเภทนักลงทุนแต่ละประเภท ซึ่งรายบุคคลน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 3 แสนบาท โดยเกณฑ์คล้ายคราวด์ฟันดิ้ง

ขณะที่ไอซีโออีกประเภทหนึ่งคือ ประเภทคูปองแลกซื้อสินค้าและบริการ (Utility) ก.ล.ต.จะไม่มีอำนาจในการดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จะออก ไอซีโอพยายามออกแบบการระดมทุน วิธีนี้กันมากขึ้น ซึ่งรวมถึงของเจฟิน คอยน์ที่เพิ่งประสบความสำเร็จในการระดมทุน

"ที่ต้องรีบออกเกณฑ์ไอซีโอเกี่ยวกับหลักทรัพย์เพราะจะเกี่ยวข้องหน่วยงานทางการอย่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. เพราะจะทำให้บทบาทของการทำหน้าที่ตัวกลางหายไป การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือกระทรวงการคลังมอบหมายให้ ก.ล.ต.ดูแลเรื่องนี้เป็นหลัก เพราะหาก ธปท.เข้ามาดำเนินการจะกลายเป็นว่าประเทศไทยอนุมัติให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) ขณะที่ ก.ล.ต.มีหน้าที่กำกับดูแลผู้ลงทุนอย่างหลักทรัพย์ที่มีข้อจำกัดว่าผู้ลงทุนต้องมีความรู้และจำนวนเงินที่ลงทุนระดับหนึ่งอยู่แล้ว"

อย่างไรก็ดี ด้านหนึ่งเข้าใจทางการ แต่ก็อยากให้เข้าใจผู้ที่ระดมทุนด้วยเงินดิจิทัลด้วยว่า หลายบริษัทไปจดทะเบียนที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์เพราะมีกฎหมายใหญ่ฉบับเดียวที่ครอบคลุมว่า จะทำธุรกิจอย่างไรก็ได้ที่ไม่เข้าข่ายการผิดกฎหมายหรือฟอกเงินเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะหน่วยงานมีแห่งเดียวที่ทำหน้าที่เป็นทั้งธนาคารกลางและ ก.ล.ต. ซึ่งต่างจากไทยทำหน้าที่แยกกันชัดเจน สิ่งที่ควรช่วยกันคือ "ให้การศึกษา" มากกว่าที่จะออกเกณฑ์บังคับใช้เพียงอย่างเดียว

"ปรมินทร์ อินโสม" ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารและผู้ก่อตั้ง TDAX.com กระดานซื้อขายคริปโตเคอเรนซี กล่าวว่า ช่วง 2 สัปดาห์นี้ TDAX จะไม่ซื้อขายไอซีโอ ของบริษัทใด รอให้ทางการประกาศเกณฑ์ไอซีโอออกมาให้ชัดเจนเพราะต้องการให้เกิดความโปร่งใส

ปัจจุบัน TDAX มีสมาชิกทั้งหมด 2 หมื่นราย และมีไอซีโอที่เข้ามาติดต่อเข้ามาซื้อขายใน TDAX ประมาณ 4-5 ราย โดยใน 2-3 บริษัทนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนค่อนข้างใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นเพราะไอซีโอเป็นการลงทุนจากทั่วโลก และไม่ได้จำกัดวงเงินแค่ในประเทศเท่านั้น

"ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส (เจวีซี) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มเจมาร์ท ที่ประสบความสำเร็จไอซีโอเจฟินคอยน์ 100 ล้านโทเคนไปแล้ว ใช้เวลาทั้งหมด 2 วัน ทำให้ไม่ต้องมีการจองซื้อครั้งที่ 2 เดิมกำหนดวันที่ 1 มี.ค. แต่บริษัทยังคงเป้าหมายเดิมที่จะกำหนดการซื้อขายในกระดาน TDAX ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจากที่ TDAX มีการงดรับไอซีโอทุกตัวเข้าซื้อขายในช่วง 2 สัปดาห์นี้

ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี เชื่อว่าการกำกับดูแลไอซีโอของทางการจะเน้นคุมไปที่่ตลาดซื้อขาย (Exchange) คริปโตเคอเรนซีเป็นหลัก มากกว่าที่จะมาดูแลผู้ออกไอซีโอหรือนักลงทุนรายบุคคล เนื่องจากตลาดซื้อขายจะต้องมีการจดทะเบียนและมีกระบวนการพิสูจน์ตัวตน (KYC) ของผู้ที่เข้ามาซื้อขายที่ชัดเจน

ทั้งนี้ ทุกอย่างที่มีการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้น การศึกษาข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก