
ชิงขนส่งทางน้ำ
"ไพรินทร์" หนุนสร้างท่าเรือฝั่งอันดามันชิงเค้กเส้นทางขนส่งเอเชีย-ตะวันออกกลาง-ยุโรป ด้านจีนสนลงทุนท่าเรือปากบารา
"ไพรินทร์" หนุนสร้างท่าเรือฝั่งอันดามันชิงเค้กเส้นทางขนส่งเอเชีย-ตะวันออกกลาง-ยุโรป ด้านจีนสนลงทุนท่าเรือปากบารา
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยในงานสัมมนาพลิกโฉมมหานครกรุงเทพฯ หรือเมกามูฟ ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดท่าเรือขนาดใหญ่ทางฝั่งซ้ายของประเทศ หรือทะเลอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากฝั่งอ่าวไทย ซึ่งปัจจุบันมีท่าเรือขนาดใหญ่อย่างแหลมฉบังในพื้นที่อีอีซี โดยฝั่งอ่าวไทยจะเป็นเส้นทางการเดินเรือไปยังประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น ขณะที่ฝั่งอันดามันเป็นเส้นทางเดินเรือไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมและตะวันออกกลางได้
ทั้งนี้ เส้นทางการขนส่งสินค้าทางน้ำที่มีศักยภาพ จะเป็นตัวสร้างรายได้หลักทำให้ไทยเป็นชาติที่มีรายได้สูง หากมีการขนถ่ายสินค้าระหว่างท่าเรือ เพราะเมื่อดูจากกลุ่มประเทศอาเซียนใต้อย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่กอบโกยรายได้จำนวนมากจากการขนส่งสินค้าทางน้ำจนสามารถพัฒนาให้เจริญได้ แตกต่างจากกลุ่มประเทศอาเซียนเหนืออย่างกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่ยังไม่มีการขนส่งสินค้าทางน้ำมากนัก
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ไทยจะเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งสินค้าของอาเซียน จากภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุด โดยเฉพาะโครงการท่าเรือปากบารา จ.สตูล จะเป็นแลนด์บริดจ์เชื่อมโยงการขนส่งสินค้ากับมหาสมุทรอินเดียรองรับสินค้าจากกลุ่มประเทศบิมส์เทค ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือไปทวีปยุโรป ในขณะที่การพัฒนาท่าเรือทวายยังไม่แล้วเสร็จ และต้องใช้เวลาอีกหลายปี ดังนั้นโครงการท่าเรือปากบาราจึงมีศักยภาพในการเป็นประตู (เกตเวย์) ขนส่งสินค้าแทนที่ช่องแคบมะละกา
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าโครงการท่าเรือปากบาราล่าสุด กรมเจ้าท่ายังไม่สามารถเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นได้ หลังจากถูกกระแสคัดค้าน จึงทำให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ผู้บริหารกิจการท่าเรือของจีนได้เสนอตัวขอร่วมทุนโครงการท่าเรือปากบารา โดยจะเปลี่ยนจากรัฐบาลลงทุนเองทั้งหมด เป็นการเปิดให้เอกชนร่วมทุนแบบพีพีพี เนื่องจากท่าเรือสงขลา-ปากบารา เป็นจุดยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ (วันเบลต์วันโรด) หากเป็นเอกชนลงทุนจะสามารถดำเนินโครงการพัฒนาและเสนอค่าตอบแทนให้กับชาวบ้านได้ดีกว่ารัฐบาล ทั้งยังมีศักยภาพด้านแหล่งเงินทุนและมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาท่าเรือ พร้อมกับยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนโดยรอบ เพื่อสร้างให้เกิดการยอมรับในวงกว้างต่อไป
"นอกจากกลุ่มทุนจีนแล้ว ทางฝ่ายมาเลเซียก็สนใจลงทุนท่าเรือปากบาราและท่าเรืออื่นๆ ทางฝั่งอันดามันของประเทศไทยด้วยเช่นกัน เนื่องจากเห็นความสำคัญของเส้นทางเดินเรือมหาสมุทรอินเดียและลดความแออัดช่องแคบมะละกา และหากโครงการดังกล่าวไม่เกิด มองว่าไทยจะเสียศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าที่ต้องพึ่งท่าเรือปีนังเป็นหลัก" แหล่งข่าวเปิดเผย







