posttoday
ก่อสร้างรุ่งดันเครื่องจักรโต

ก่อสร้างรุ่งดันเครื่องจักรโต

25 กุมภาพันธ์ 2561

ก่อสร้างไทยโตต่อเนื่อง วัตคินสันคาด ปี 2561-2565 ตลาดโตเฉลี่ย 8% เมกะโปรเจกต์ออกเพียบกว่า 1.79 ล้านล้าน หนุนเครื่องจักรโตตาม

ก่อสร้างไทยโตต่อเนื่อง วัตคินสันคาด ปี 2561-2565 ตลาดโตเฉลี่ย 8% เมกะโปรเจกต์ออกเพียบกว่า 1.79 ล้านล้าน หนุนเครื่องจักรโตตาม

นายกมลวัฒน์ วีรศุภกาญจน์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วัตคินสัน คอนสตรัคชั่น อิควิปเมนท์ ผู้แทนจำหน่ายและให้บริการเครื่องจักรเหมืองแร่และการก่อสร้างแบรนด์ CASE จากสหรัฐอเมริกา และแบรนด์ RM จากออสเตรีย เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในช่วงระหว่างปี 2561-2565 จะเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 8% ขณะที่ในปีนี้ประเมินกันว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 4% เนื่องจากรัฐบาลได้มีการผลักดันโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่หรือเมกะ โปรเจกต์ ทั้งโครงการรถไฟไทย-จีน การขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.79 ล้านล้านบาท

"การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้มาจากภาครัฐที่ต้องการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน จึงผลักดันให้อุตสาหกรรม ต่อเนื่องคือเครื่องจักรในงานก่อสร้างนั้นเติบโตตามไปด้วย" นายกมลวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแทนจำหน่ายเครื่องบดและเครื่องร่อนคัดแยกวัสดุแบบเคลื่อนที่แบรนด์ RM ที่สามารถบดคอนกรีตขนาดใหญ่ หรือยางมะตอย เครื่องจักรดังกล่าวผลิตออกมาใน รูปแบบโมบาย สามารถใช้หน้างานได้ทันที ปัจจุบันมีขนาดเล็กกว่าแบรนด์คู่แข่งในตลาด 40% แต่สามารถทำงานได้เทียบเท่ากัน เช่น เครื่องจักรที่ผลิตงานออกมาจะอยู่ที่ 250 ตัน/ชม. ของผู้ผลิตรายอื่นจะมีน้ำหนักเครื่อง 40 ตันแต่ของแบรนด์ RM จะมีน้ำหนัก 29 ตัน เคลื่อนย้ายได้ง่าย มีเครื่องปั่นไฟภายในตัว ใช้น้ำมันดีเซล 15 ลิตร/ชม. สามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยรีโมทคอนโทรล

"ปัจจุบันบริษัทจะเน้นการทำตลาดในประเทศไทย 150 ตัน/ชม. เนื่องจากเครื่องจักรที่ผู้ผลิตรายอื่นทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้ ต้องใช้เงินจำนวน 25-30 ล้านบาทขึ้นไปจึงจะซื้อได้ แต่เครื่องจักรรุ่นใหม่ๆ ใช้เงิน 16-17 ล้านบาทก็สามารถซื้อเครื่องจักรได้" นายกมลวัฒน์ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยตั้งเป้าจำหน่ายเครื่องโมบายแคชเชอร์และเครื่องร่อน ในปีแรกจำนวน 10 ชุด ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนจะนำเครื่องจักร รุ่นที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเข้ามาทำตลาด

สำหรับภาพรวมในปีนี้แบรนด์ RM ตั้งเป้าขาย 130 ล้านบาท ส่วนแบรนด์ CASE จำนวน 460 ล้านบาท เติบโต 40% จากปีนี้มี 4 สาขา จะเพิ่มอีก 3 สาขา โดยจะเปิดเพิ่มที่ จ.นครราชสีมา สุราษฎร์ธานีและนครปฐม จากปัจจุบันมีสาขาให้บริการที่ กรุงเทพฯ ระยอง อุดรธานีและเชียงใหม่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ