posttoday
ต้องเร่งแก้มลพิษฝุ่น

ต้องเร่งแก้มลพิษฝุ่น

25 กุมภาพันธ์ 2561

ปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

ปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เกินค่ามาตรฐานยังไม่จบ เป็นเรื่องที่คนกรุงต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะคาดการณ์กันว่าปัญหานี้ยังมีอยู่ อาจจะลากยาวไปถึงเดือน เม.ย. ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และเคยเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้น แต่กำลังลุกลามไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะช่วงเดือน ก.พ.- เม.ย.ของทุกปี จึงน่าจะถูกยกระดับเป็นปัญหาระดับชาติ

หากโฟกัสเฉพาะที่เกิดขึ้นใน กทม. ที่ผ่านมา พบว่า ฝุ่นละอองที่สร้างปัญหาอยู่นี้เกิดจากการจราจรประมาณ 30% เมื่อประกอบกับเมืองกรุงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบจากรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนคัน จนปัจจุบันมีรถยนต์มากถึงเกือบ 10 ล้านคัน รวมถึงปัญหาตึกสูงในเขตเมืองที่บดบังทิศทางลม ส่งผลให้มลพิษระบายออกจากเขตเมืองได้ช้าลง

ขณะที่อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ จากการเผาในที่โล่งอีก 30% ซึ่งคาดว่ามาจากการเผาในพื้นที่ปริมณฑลโดยรอบที่ยังเป็นพื้นที่ทำนาข้าว บริเวณปทุมธานี บางนา-ตราด ถนนเพชรเกษม หากมีการเผาฝุ่นควันก็จะพัดพาเข้ามาสะสมใน กทม. กรณีนี้ยังไม่เห็นมาตรการควบคุมที่ชัดเจน รัดกุม ในการจัดการสาเหตุจากกรณีนี้

การแก้ปัญหานี้ ตามที่ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ คือ ล้างถนนและทางเท้าในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่ามาตรฐาน รวมถึงการฉีดละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศและล้างทำความสะอาด สามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และหากโชคดีมีฝนตกปัญหาก็เบาบางลง แต่สิ่งที่คนเมืองหลวงอยากเห็นน่าจะเป็นมาตรการที่เป็นการแก้ปัญหาเชิงรุกระยะยาวมากกว่าที่เป็นอยู่

แนวคิดในการดูแลเรื่องนี้ อาจจะหมายถึงการพิจารณาข้อเสนอการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น ข้อเสนอของ ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ที่ออกมาเสนอว่า ระยะสั้นควรหามาตรการเฉพาะกิจที่ดำเนินการ ช่วง ก.พ.-เม.ย. หรือช่วง 90 วันของทุกปีด้วยการลดจำนวนแหล่งกำเนิดมลพิษในอากาศ ซึ่งมาจากเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งการขยายเขตพื้นที่จำกัดเวลารถบรรทุกที่เข้ามาใน กทม. เพิ่มจากเขตรอยต่อกับจังหวัดปริมณฑลออกไปถึงวงแหวนรอบนอก (กาญจนาภิเษก) หากประเมินแล้วพบว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องจำกัดเวลารถบรรทุกขนาดเล็กที่เข้ามาวิ่งใน กทม.ชั่วโมงเร่งด่วน

นอกจากนี้ หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอีกก็ต้องจำกัดรถส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะหมายถึงจำกัดจำนวนรถด้วยทะเบียนรถเลขคู่ในวันคู่และทะเบียนรถเลขคี่ในวันคี่ ออกประกาศจังหวัด ห้ามเผาในที่โล่งโดยเด็ดขาด 90 วัน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำกับดูแลอย่างเข้มงวด

สำหรับมาตรการระยะยาว ต้องลดปริมาณการระบายมลพิษอากาศจากแหล่งกำเนิดอย่างจริงจัง ทั้งการจัดการจราจรให้คล่องตัว ซึ่งจะทำให้การระบายมลพิษทางอากาศจากการคมนาคมขนส่งลดลง เช่น ห้ามจอดรถริมถนนสายหลักทุกสายอย่างเด็ดขาดโดยระบุเวลาชัดเจน และจัดระเบียบการจราจรและคมนาคมขนส่งให้เป็นไปตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ควบคุมการก่อสร้างในเมืองให้ดำเนินมาตรการควบคุมการเกิดฝุ่น

ข้อเสนอทั้งหมดนี้รัฐบาลควรต้องนำไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหามลพิษ ไม่ใช่คิดแต่อาศัยธรรมชาติ รอให้ฝนตกหรือสร้างฝนเทียมมาชะล้างฝุ่น เพราะเป็นแค่มาตรการชั่วคราว ซึ่งไม่อาจทำให้ปัญหาฝุ่นหมดไปได้

ทางที่ดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลงมาดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตนเอง อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของ กทม.ฝ่ายเดียว เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ในระดับประเทศ หากยังเพิกเฉยไม่เร่งดำเนินการในตอนนี้ ปัญหาอาจลุกลามจนยากเกินแก้ไขในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว