
การจ้างงานผู้สูงอายุ (1)
ผศ.ดร.พรรัตน์ แสดงหาญปัจจุบันผู้สูงอายุทั่วโลกได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งในเชิงปริมาณและสัดส่วน โดยประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว และเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2568 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีประชากรวัยสูงอายุมากที่สุดถึงเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรสูงอายุทั้งประเทศ ขณะที่กรุงเทพมหานครจะมีการเพิ่มขึ้นของประชากรวัยสูงอายุอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ผศ.ดร.พรรัตน์ แสดงหาญ
ปัจจุบันผู้สูงอายุทั่วโลกได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งในเชิงปริมาณและสัดส่วน โดยประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว และเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2568 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีประชากรวัยสูงอายุมากที่สุดถึงเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรสูงอายุทั้งประเทศ ขณะที่กรุงเทพมหานครจะมีการเพิ่มขึ้นของประชากรวัยสูงอายุอย่างรวดเร็วเช่นกัน
คาดการณ์ว่าประชากรวัยทํางานจะลดลงตั้งแต่ปี 2561 ส่งผลให้ผลผลิตรวมของประเทศลดลง หากจะรักษาปริมาณผลผลิตไว้ให้ได้ต้องเพิ่มผลิตภาพของแรงงานให้สูงขึ้น เพิ่มปัจจัยการผลิตอื่น ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น นําเข้าแรงงานมีฝีมือจากต่างประเทศ หรือขยายเกณฑ์การเกษียณอายุเป็น 65 ปี หรือ 70 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุประมาณ 1 ใน 3 มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน
ในอดีตแหล่งรายได้สําคัญที่สุดของผู้สูงอายุไทย ได้แก่ เงินช่วยเหลือจากบุตร แต่พบว่าแหล่งรายได้จากบุตรมีแนวโน้มลดลง ถ้าผู้สูงอายุออกจากกําลังแรงงานโดยไม่มีรายได้ก็จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจต่อภาคการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การจ้างงาน การทดแทนแรงงาน เป็นต้น
ขณะที่ภาระทางเศรษฐกิจที่เป็นภาคการเงินการคลังของรัฐก็จะมีมากขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจะสูงขึ้น แต่รายได้ของรัฐบาลที่เก็บภาษีได้จะลดลง ส่งผลให้ภาระทางการคลังของประเทศจะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงระดับความมั่นคงของกองทุนประกันสังคมอาจลดลง และส่งผลต่อระดับการออมและการลงทุนของประเทศในอนาคต
แม้คนทำงานสูงอายุจะมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายที่เสื่อมถอยลง แต่ในด้านอารมณ์และจิตใจโดยส่วนใหญ่จะมั่นคงขึ้น และยังมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นด้วย ด้านประสิทธิภาพในการทำงานพบว่าคนงานสูงอายุจะลาออกจากงานน้อยกว่า อุทิศตนเองให้งานและสร้างงานที่มีคุณค่าได้มากกว่า หยุดงานน้อยกว่า แต่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคนสูงอายุจะทำงานมีประสิทธิภาพน้อยกว่าคนหนุ่มสาว
ส่วนใหญ่พบว่าปัญหาการทำงานไม่มีประสิทธิภาพมักจะเกิดจากการรู้สึกว่าตนทำงานที่ไม่มีคุณค่า การขัดแย้งกับหัวหน้างาน งานที่มีความเครียดสูง และขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงอายุ
ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2557 พบว่า ผู้สูงอายุร้อยละ 62.2 เป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้าง รองลงมาคือ ช่วยธุรกิจในครัวเรือนโดยไม่ได้รับค่าจ้างร้อยละ 20.1 เป็นลูกจ้างร้อยละ 13.6 มีผู้สูงอายุที่มีสถานภาพการทำงานเป็นนายจ้าง ร้อยละ 4.0 สำหรับการรวมกลุ่มเพื่อผลิตมีเพียงร้อยละ 0.1 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุ ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้าง มักเป็นงานนอกระบบมากกว่าในระบบ โดยผู้สูงอายุยังทำงานอย่างต่อเนื่องและเต็มเวลาไม่ต่างจากคนหนุ่มสาว







