
State of e-Commerce
iPrice Group บริษัท iPrice ซึ่งเป็นเว็บ Meta Search ในตลาดอี-คอมเมิร์ซใน 6 ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จัดทำการศึกษาสภาพตลาดอี-คอมเมิร์ซ ภายใต้การศึกษาที่ชื่อว่า State of e-Commerce โดยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากร้านค้าพาร์ตเนอร์กว่า 1,000 ร้านค้า เพื่อข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุดสำหรับการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดประจำปีนี้
iPrice Group
บริษัท iPrice ซึ่งเป็นเว็บ Meta Search ในตลาดอี-คอมเมิร์ซใน 6 ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จัดทำการศึกษาสภาพตลาดอี-คอมเมิร์ซ ภายใต้การศึกษาที่ชื่อว่า State of e-Commerce โดยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากร้านค้าพาร์ตเนอร์กว่า 1,000 ร้านค้า เพื่อข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุดสำหรับการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดประจำปีนี้
จากการศึกษาพบผลการค้นหาที่น่าสนใจแบ่งออกเป็น 5 ข้อหลักๆ ดังต่อไปนี้
1.โทรศัพท์มือถือขับเคลื่อนตลาดอี-คอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อี-คอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตจากโทรศัพท์มือถือ จากการศึกษาพบว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น Traffic จากโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นกว่า 19% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นกว่า 13% ทำให้ในปัจจุบัน Traffic จากโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 79% และมีเพียง 21% จากคอมพิวเตอร์
เทรนด์การเติบโตของโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ประเทศ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการศึกษาพบว่า Traffic จากโทรศัพท์มือถือจะพุ่งสูงขึ้นและส่งผลให้ส่วนแบ่ง Traffic สำหรับคอมพิวเตอร์ต่ำกว่า 30%
2.Conversion Rate ของสินค้าออนไลน์ในไทยต่ำสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Conversion Rate คือดัชนีวัดผลที่สำคัญที่สุดสำหรับอี-คอมเมิร์ซ Conversion Rate คือเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ที่มีแนวโน้มจะ ซื้อสินค้า จากการศึกษาพบว่าเวียดนามมี Conversion Rate สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Conversion Rate ในเวียดนามสูงกว่าค่าเฉลี่ย 30% ในทางกลับกันประเทศไทยมี Conversion Rate ต่ำที่สุดในแถบนี้ โดยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20% Conversion Rate จากคอมพิวเตอร์สูงกว่าโทรศัพท์มือถือถึง 1.3 เท่า จุดนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับร้านค้าอี-คอมเมิร์ซที่จะพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับผู้เข้าชมสินค้าผ่านทางคอมพิวเตอร์มากขึ้น
3.ประเทศไทยมี Basket Size (ราคาเฉลี่ยต่อการซื้อ) อยู่อันดับ 4 จาก 6 ประเทศ โดยมีค่าเฉลี่ย 42 ดอลลาร์สหรัฐ
Basket Size หรือราคาเฉลี่ยต่อการซื้อสินค้าหนึ่งครั้งเป็นอีกหนึ่งดัชนีที่ร้านค้าอี-คอมเมิร์ซใช้เป็นเกณฑ์ เนื่องจากเป็นดัชนีที่ส่งผลต่อกำไรของธุรกิจโดยตรง สิงคโปร์เป็นประเทศที่มี Basket Size สูงที่สุดในแถบนี้ โดยราคาอยู่ที่ 91 ดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าไทยถึงสองเท่า จากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า Basket Size แปรผันตรงกับ GDP per capita ซึ่งเป็นรายได้ต่อหัวของประชากรในแต่ละประเทศ โดยสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร 9 หมื่นดอลลาร์ สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทยอยู่ในอันดับที่สามด้วยรายได้เฉลี่ยตัวหัวประชากร 1.7 หมื่นดอลลาร์
4.วันพุธเป็นวันที่มีการซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุด และคนนิยม ช็อประหว่างการทำงาน
หากใช้วันจันทร์เป็นค่าเฉลี่ย เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่วันพุธเป็นวันที่มียอดการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุดในสัปดาห์ โดยมียอดสั่งซื้อมากกว่าวันจันทร์ 8% แต่จำนวนยอดสั่งซื้อลดลงในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยลดลงสูงสุดถึง 30% เนื่องจากคนนิยมออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน จึงทำให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าลดลง
ช่วงเวลาที่คนนิยม (ยกเว้นคนสิงคโปร์) ซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุดช่วงหนึ่งคือ 11.00 น. คือช่วงก่อนไปทานอาหารเที่ยง ซึ่งมียอดสั่งสินค้าของคนไทยมากกว่าค่าเฉลี่ย 53% ซึ่งคนไทยนิยมสั่งซื้อสินค้าสูงสุดในช่วง 15.00 น. โดยยอดเพิ่มขึ้นกว่า 69% ซึ่งเป็นช่วงก่อนกลับบ้าน และมียอดต่ำลงเวลา 17.00 น. เนื่องจากคนเริ่มเดินทางกลับบ้าน
5.โอนเงินค่าสินค้าผ่านทางธนาคารและเคาน์เตอร์เซอร์วิสเป็น ที่นิยมที่สุดในประเทศไทย
ช่องทางการชำระค่าสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ บัตรเครดิตและโอนเงินผ่านธนาคาร โดย 90% ของร้านค้าอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยให้บริการชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต และ 81% มีช่องทางการชำระค่าสินค้าผ่านธนาคาร อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือเคาน์เตอร์เซอร์วิสในประเทศไทยที่มีมากกว่าในประเทศ อื่นๆ โดยประเทศไทยมีบริการนี้ถึง 46% ซึ่งมากกว่าอีก 4 ประเทศยกเว้นเวียดนาม เนื่องจากคนไทยยังขาดความรู้และความเข้าใจในตลาด อี-คอมเมิร์ซ ความเชื่อใจในการซื้อสินค้าผ่านทางออกไลน์จึงไม่ดีนัก ดังนั้นการจ่ายค่าสินค้าโดยมีคนกลางในระบบ จะช่วยเพิ่มความไว้วางใจในการซื้อสินค้าออนไลน์ได้มากขึ้น n
การศึกษาฉบับเต็ม : State of e-Commerce in Southeast Asia 2017







