
คลังจี้ดันสตาร์ทอัพ
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (National Startup Committee: NSC) (คณะกรรมการฯ) ที่มี สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการและแนวทางการขับเคลื่อนตามแผนการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นของประเทศไทย (พ.ศ. 2559-2564) ตลอดช่วงปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (National Startup Committee: NSC) (คณะกรรมการฯ) ที่มี สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการและแนวทางการขับเคลื่อนตามแผนการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นของประเทศไทย (พ.ศ. 2559-2564) ตลอดช่วงปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ
โครงการ Startup Club ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา ซึ่งมีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยปัจจุบันมีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษาได้เข้าร่วมโครงการ Startup Club แล้วรวม 116 สถาบันใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ดำเนินโครงการอื่นๆ เพื่อ ส่งเสริมการดำเนินโครงการ Startup Club เช่น การพัฒนาครูและบุคลากรในสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาด้านมายด์เซ็ตการประกอบการ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ครู และเจ้าหน้าที่ในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Startup Club และคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด รวมทั้งสิ้น 280 คน
รวมทั้งมีการจัดทำ Facebook Page "Startup Club Thailand" ร่วมกับโครงการ Startup Mobile ได้ถ่ายทอดสด (Live) การสัมภาษณ์ผู้ประกอบการและผู้เชี่ยว ชาญในวงการ Startup ผ่าน Facebook Page "Startup Club Thailand" (https://www.facebook.com/startupclubth) และการจัดพิมพ์หนังสือหลักสูตร การเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 5,000 เล่ม โดยคาดว่าจะจัดพิมพ์แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2561 เพื่อส่งมอบให้กับโรงเรียน ที่เข้าร่วมโครงการ Startup Club และส่งมอบให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเผยแพร่ให้แก่โรงเรียน ต่างๆ ต่อไป นอกจากนี้ จะมีการเผยแพร่ ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) เพื่อประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้
สำหรับการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุน (Angel Investor) ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการในประเด็นต่างๆ โดยคณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงานเพื่อสร้างความตระหนักและการรับรู้เพื่อส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (คณะทำงานชุดที่ 1) พิจารณาจัดทำระบบจดทะเบียนให้กับนักลงทุน (Angel Investor) ในเว็บไซต์ http://startupthailand.org เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น และขอให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันเร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไปยังประชาชนและชุมชนให้มากขึ้น
ด้านภาพรวมของโครงการและมาตรการสนับสนุนกิจการ Startup ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันของหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงมีการนำเสนอผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากการได้รับการสนับสนุนผ่านโครงการและมาตรการสนับสนุนกิจการ Startup ของหน่วยงานภาครัฐดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้แก่ (1) บริษัท คิว คิว (ประเทศไทย) ซึ่งประกอบธุรกิจที่ดำเนินการด้านการพัฒนาระบบคิวให้กับธุรกิจต่างๆ รวมถึงสถานพยาบาล สถานที่ราชการ และหน่วยงานบริการประชาชน โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ NIA Venture ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2) บริษัท เอเชีย วัน คลิก ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาระบบจองตั๋ว และซื้อตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะวิสาหกิจเริ่มต้น "SPARK Global Acceleration Program" และโครงการ NIA Venture ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และ (3) บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการ Visual Effect ในภาพยนตร์โฆษณาและเกม โดยเป็นโปรดักชั่นเฮาส์ระดับแนวหน้าของประเทศที่มีแผนร่วมกับกิจการระดับโลกของสหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตภาพยนตร์คอมพิวเตอร์แอนิเมชั่น เป็นธุรกิจที่ธนาคารออมสินได้เข้าร่วมลงทุนในรูปแบบกองทุนร่วมลงทุนตามมาตรการสนับสนุน Small and Medium Enterprises ผ่านการร่วมลงทุน







