posttoday
ปัญหาฝุ่นละออง

ปัญหาฝุ่นละออง

21 กุมภาพันธ์ 2561

วิฑูรย์ สิมะโชคดีข่าวเรื่องปริมาณฝุ่นละอองใน กทม.เกินค่ามาตรฐานอาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "คุณภาพชีวิต" ของผู้คนใน กทม. จริงๆ

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

ข่าวเรื่องปริมาณฝุ่นละอองใน กทม.เกินค่ามาตรฐานอาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "คุณภาพชีวิต" ของผู้คนใน กทม. จริงๆ

พื้นที่หลักที่ถูกประกาศแจ้งเตือนค่าปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานใน กทม. ประกอบด้วย 1.เขตบางนา 2.เขตวังทองหลาง 3.ริมถนนอินทรพิทักษ์ 4.ริมถนนพระราม 4 และ 5.ริมถนนลาดพร้าว

สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากบริเวณดังกล่าวมีการก่อสร้างอาคารและเป็นแหล่งจราจรคับคั่ง ดังนี้

ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตวังทองหลาง (คุณวุฒินันท์ ญาณวารี) กล่าวว่า สาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่เขตวังทองหลาง เกิดจากการจราจรหนาแน่น มีการเผาไหม้ของยานพาหนะจำนวนมากสะสมในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด เนื่องจากตลอดเส้นทางถนนลาดพร้าวมีพื้นที่ค่อนข้างแคบ ทำให้ควันพิษสะสมปกคลุมตลอดทั้งวัน อีกทั้งเตรียมมีการสร้างรถไฟฟ้า คาดว่าหากเริ่มก่อสร้างจะมีปัญหาเรื่องฝุ่นดินทรายเพิ่มมากขึ้น

มาตรการลดมลภาวะทางอากาศของสำนักงานเขตฯ เฉพาะหน้า ก็คือ เพิ่มความถี่ลงพื้นที่ล้างถนนบ่อยครั้ง โดยปกติมีการล้างถนนเป็นประจำทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แต่เมื่อวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองในช่วงนี้จึงต้องเพิ่มการล้างถนนเป็นล้างวันเว้นวัน ซึ่งหากมีฝุ่นตกลงมาด้วยจะเป็นการชะล้างฝุ่นในอากาศได้มากขึ้นตามไปด้วย

ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน (คุณนวพร กลิ่นบัวแก้ว) กล่าวว่า การตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่เขตปทุมวัน เกิดจาก 2 สาเหตุ คือ การก่อสร้างอาคารสูง และมลพิษจากไอเสียรถยนต์

แนวทางแก้ปัญหาของสำนักงานเขต ก็คือ การได้กำชับเจ้าหน้าที่ล้างทำความสะอาดถนนทุกวันเวลากลางคืน ซึ่งระดับมลพิษในย่านปทุมวันจะขึ้นลงตามสถานการณ์ เช่น ช่วงที่การจราจรติดขัด เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมายังห้างสรรพสินค้าเป็นจำนวนมาก แต่จะลดลงในเวลากลางคืนเพราะการจราจรเบาบาง ส่วนปัญหาฝุ่นจากการก่อสร้างอาคารสูงได้กำชับให้หน่วยเฉพาะกิจคอยดูแลควบคุมให้ใช้ผ้าใบปกปิดอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง รวมถึงเข้มงวดรถบรรทุกวิ่งเข้าออกพื้นที่ก่อสร้างไม่ให้มีเศษดินโคลน ร่วงหล่นบนถนนโดยเด็ดขาด

ส่วนสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ปัญหามลพิษและฝุ่นละอองในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล" พบว่า 58% เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก 35% เร่งด่วน 5% ไม่เร่งด่วน ด้านการได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษและฝุ่นละอองนั้น 61% ได้รับผลกระทบ เนื่องจากทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยง่ายขึ้น 38% ระบุว่า ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากพักอาศัยในเขตที่ไม่มีฝุ่นละออง

สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองนั้น ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 23% ต้องการให้จัดการจราจรให้ดีกว่าเดิม ไม่ให้เกิดปัญหารถติด รองลงมา 15% ควบคุมมาตรฐานและตรวจวัดค่าฝุ่นละอองในที่มีการก่อสร้าง ไม่ให้ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 14% ระบุว่า รณรงค์ลดการใช้รถส่วนตัวหันมาใช้การเดินทางด้วยขนส่งมวลชน 11% ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น เพื่อดูดซับและลดผลกระทบจากมลพิษในอากาศ 8% อยากให้การอนุมัติการก่อสร้างขนาดใหญ่ให้เริ่มสร้างทีละโครงการ ทีละจุด ไม่ใช่เริ่มก่อสร้างพร้อมๆ กัน 7% ระบุว่า ทำฝนหลวง 7% เพิ่มบทลงโทษและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการควบคุมการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน 4% ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนทราบถึงสาเหตุและอันตรายที่เกิดจากมลพิษและฝุ่นละออง

เรื่องนี้นักวิชาการหลายท่านถึงขนาดแนะนำให้ประชาชนใน กทม. (ในพื้นที่เสี่ยง) สวมใส่หน้ากากป้องกันและหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณริมถนนใหญ่ หรือบริเวณที่มีการก่อสร้างมาก รวมไปถึงการหมั่นสังเกตว่าวันนั้นๆ เป็นวันที่สภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ มีความชื้นในอากาศสูง มีหมอกหนาหรือไม่ เพราะจะทำให้มีการสะสมของฝุ่นมาก หรือถ้าวันไหนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น วันนั้นปริมาณฝุ่นละอองในอากาศก็จะเจือจาง

แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คือ การร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค