
เอเชียทิ้งไอโฟนจับมือถือจีน
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์แม้ว่าแอปเปิ้ล อิงค์ จะเพิ่งทำรายได้ในเอเชียช่วงไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 11% จากปีก่อน แต่บริษัทกำลังประสบปัญหาดีมานด์ไอโฟน สินค้าชูโรงของบริษัทตกต่ำในเอเชีย เนื่องจากราคาที่แพง โดยยอดขายไอโฟนลดลง 1% จากปีก่อน ส่งผลให้บริษัทต้องลดการผลิตไอโฟนเทน (IPhone X) ที่เป็นไอโฟนรุ่นราคาแพงที่สุดตอนนี้ลงกว่าครึ่ง ขณะที่ปัญหาดีมานด์ดังกล่าวยังเปิดทางให้คู่แข่งจากจีนเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดเอเชียจากแอปเปิ้ล
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
แม้ว่าแอปเปิ้ล อิงค์ จะเพิ่งทำรายได้ในเอเชียช่วงไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 11% จากปีก่อน แต่บริษัทกำลังประสบปัญหาดีมานด์ไอโฟน สินค้าชูโรงของบริษัทตกต่ำในเอเชีย เนื่องจากราคาที่แพง โดยยอดขายไอโฟนลดลง 1% จากปีก่อน ส่งผลให้บริษัทต้องลดการผลิตไอโฟนเทน (IPhone X) ที่เป็นไอโฟนรุ่นราคาแพงที่สุดตอนนี้ลงกว่าครึ่ง ขณะที่ปัญหาดีมานด์ดังกล่าวยังเปิดทางให้คู่แข่งจากจีนเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดเอเชียจากแอปเปิ้ล
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บรรดาผู้บริโภคในเอเชียเริ่มหันไปใช้สมาร์ทโฟนจากจีน อาทิ เสี่ยวหมี่ ออปโป้ วีโว่ มากขึ้น เนื่องจากมีราคาถูก แม้จะมีสเปกใกล้เคียงกับไอโฟนของแอปเปิ้ล และมีฮาร์ดแวร์ที่ตอบสนองความต้องการ ผู้ใช้มากกว่า อาทิ แบตเตอรี่ที่อึดทนหรือกล้องคุณภาพสูง
รายงานระบุว่า ไอโฟนเทนของแอปเปิ้ลไม่สามารถเจาะตลาดระดับแมสในเอเชียได้ เพราะบริษัทโทรคมนาคมในเอเชียไม่มีมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเหมือนในสหรัฐ ส่งผลให้ราคาไอโฟนเทนในเอเชียแพงกว่าในสหรัฐ โดยสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในอินเดียหรืออินโดนีเซียมีราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,300 บาท) หรือถูกกว่าสินค้าราคาต่ำสุดของแอปเปิ้ล
ขณะเดียวกัน ฟังก์ชั่นหลายอย่างของสมาร์ทโฟนจีนยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ในแต่ละประเทศมากกว่าแอปเปิ้ล ที่มีมาตรฐานเดียวในการผลิต โดยเสี่ยวหมี่ได้ผลิตที่ชาร์จแบตเตอรี่พิเศษ ที่รองรับไฟฟ้า 230 โวลต์ สำหรับผู้ใช้ในอินเดีย และยังพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยผู้ใช้กำจัดข้อความโฆษณาในบางประเทศ ขณะที่กล้องของเสี่ยวหมี่ยังคุณภาพสูง และยังรองรับซิม 2 ซิม ที่เป็นระบบที่ได้รับความนิยมในเอเชีย
ทั้งนี้ บริษัทวิจัย คานาลิส จากสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดของแอปเปิ้ลในจีนปรับตัวลงจาก 13% ในปี 2015 มาอยู่ที่ 8% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งของแอปเปิ้ลในอินเดียที่เพิ่งแซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่เพียงแค่ 3% นับตั้งแต่ปี 2013
สำหรับบรรดาประเทศในอาเซียนนั้น ส่วนแบ่งทางการตลาดของแอปเปิ้ลในอินโดนีเซียปรับตัวลงจาก 3% ในปี 2013 มาอยู่ที่ 1% ส่วนไทยนั้นปรับตัวลงจาก 10% มาอยู่ที่ราว 7% ขณะที่ส่วนแบ่งของแอปเปิ้ลในตลาดมาเลเซียและเวียดนามก็คงที่มาหลายปีแล้ว
ขณะเดียวกันบรรดาผู้ผลิตจีนนั้นเริ่มปรับตัวขึ้นแซงหน้าแอปเปิ้ลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเสี่ยวหมี่ครองส่วนแบ่งในตลาดอินเดียอยู่ที่ 19% หรือปรับตัวขึ้นจาก 3% เมื่อปี 2015
ทั้งนี้ ปัญหาดีมานด์ไอโฟน โดยเฉพาะไอโฟนเทนที่ตกต่ำ ยังกระทบต่อซัพพลายเออร์ของแอปเปิ้ลในเอเชียด้วย โดยนิตยสารนิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เตรียมลดการผลิตหน้าจอโอแอลอีดีภายในโรงงานจังหวัดชุงชองใต้ของเกาหลีใต้ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ลงจากเดิมที่ตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ราว 45-50 ล้านหน่วย เหลือเพียง 20 ล้านหน่วย หรือลดลงกว่าครึ่ง n







