posttoday
ปรับเงื่อนไขประกันรับสูงวัย

ปรับเงื่อนไขประกันรับสูงวัย

17 กุมภาพันธ์ 2561

ประกันวินาศภัยรับตลาดสูงวัย ปรับกรมธรรม์เพิ่มอายุรับประกันให้สอดคล้องกับลูกค้า

 ประกันวินาศภัยรับตลาดสูงวัย ปรับกรมธรรม์เพิ่มอายุรับประกันให้สอดคล้องกับลูกค้า

นายชินคิจิ มิกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการขยายอายุรับประกันของลูกค้า ในการรับประกันภัยเพื่อผู้เช่าซื้อรถได้ถึง 65 ปี จากเดิมที่เคยรับได้ไม่เกิน 60 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมผู้สูงวัยของไทยที่กำลังมาถึง

“เราเห็นแนวโน้มของผู้ขอสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ที่มีกลุ่มคนเกษียณอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราก็ต้องปรับตัวและพัฒนาแบบประกันใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดและพันธมิตรด้านรถยนต์ด้วย” นายมิกิ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีประสบการณ์จากที่ญี่ปุ่นที่มีกลุ่มผู้สูงวัยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ที่ยังขับรถอยู่ ก็มีความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุสูงทำให้มีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยสูงตามไปด้วย และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในไทยอีก 10 ข้างหน้าเช่นกัน

นายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทเองก็มีการขยายอายุรับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) ถึง 70-75 ปี ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของพันธมิตรคู่ค้าที่ประกอบธุรกิจเช่าซื้อ

สำหรับการรับประกันสุขภาพนั้น ขณะนี้พยายามดูเรื่องของอายุอยู่ ซึ่งคงจะไม่ขยายเร็วเกินไป โดยยังไม่ประกันอายุไม่เกิน 60 ปี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกนี้จะมีการเปิดตัวแบบประกันสุขภาพตัวใหม่ที่ขายให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งในปีนี้บริษัทจะขยายตลาดประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อรองรับกับสิทธิลดหย่อนภาษีสุขภาพ 1.5 หมื่นบาท และความต้องการของตลาดที่ลูกค้าเห็นแนวโน้มของค่ารักษาพยาบาลยังเพิ่มสูงขึ้นและเริ่มคำนึงถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

นายกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ขณะนี้ในตลาดประกันภัยมีความเคลื่อนไหว เพื่อรองรับกับสังคมสูงวัยอยู่พอสมควร ซึ่งในส่วนของบริษัทเองก็อยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาแบบประกันอยู่

“บริษัทเองก็ต้องตอบสนองกับข้อมูลของตลาดตลอดเวลา เพราะสินค้าหรือแบบประกันที่จะออกมานั้น ก็ต้องเกิดมาจากข้อมูลเหล่านี้ นำมาออกแบบ นำมาพัฒนา ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าผู้สูงอายุ ที่มีความต้องการมากขึ้น” นายกรกฤต กล่าว

อย่างไรก็ตาม การออกกรมธรรม์ใหม่แต่ละครั้ง ต้องดูจำนวนของลูกค้าด้วยว่ามีมากแค่ไหน เพราะมีต้นทุนในการพัฒนาสูง จึงต้องดูด้วยความละเอียดถ้าออกมาขายแล้วจะคุ้มหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเวลาที่ต้องเหมาะสมอีกด้วย ที่สำคัญไม่สามารถขายได้ถ้าคิดเบี้ยสูงเกินไป ดังนั้น ต้องคำนึงถึงค่าเบี้ยและอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมด้วย

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน