
สาขาการวางแผนการเงินฯ ม.กรุงเทพ ย้ำความเป็นเลิศ ผลิต "หมอเงิน" ดูแลสุขภาพเงินให้คนไทย
ปัจจุบันคนไทยให้ความใส่ใจมากขึ้นกับเรื่องการออมและการนำเงินไปต่อยอดให้ออกดอกออกผล
ปัจจุบันคนไทยให้ความใส่ใจมากขึ้นกับเรื่องการออมและการนำเงินไปต่อยอดให้ออกดอกออกผล เพื่อสถานภาพทางการเงินส่วนบุคคลที่มั่งคั่งและยั่งยืน ช่วยให้ชีวิตทุกช่วงวัยมีความผาสุก
แต่การจะบริหารการเงินให้ได้ผลดังกล่าวนั้น ไม่สามารถทำเองได้ง่ายๆ เพราะเราอาจไม่รู้ว่าจะมีช่องทางใดบ้าง หรือบางครั้งรู้ไม่ดีพอ แทนที่จะได้ดอกผลเท่าที่ควร ก็อาจกลายเป็นการสูญเสียทรัพย์สินโดยคาดไม่ถึง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยบริหารจัดการด้านการเงินให้เป็นระเบียบระบบ และผู้ที่จะมาช่วยเหลือเราได้ก็คือ นักวางแผนการเงินและที่ปรึกษาการเงิน ซึ่งตลาดงานยังต้องการตัวเป็นอย่างมาก
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงเปิดสอนสาขาวิชา "การวางแผนการเงินและการลงทุน" ขึ้น โดยเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่มุ่งสอนการบริหารการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance) เน้นการลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินในระดับบุคคล เช่น การลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม ตราสารอนุพันธ์ การทำประกันชีวิต รวมไปถึงการวางแผนการเงินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณ การวางแผนภาษี การวางแผนมรดก การวางแผนอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ผศ.ดร.ศุภเจตน์ จันทร์สาส์น ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการและผู้อำนวยการหลักสูตรการวางแผนการเงินและการลงทุน ม.กรุงเทพ กล่าวถึงความโดดเด่นของหลักสูตรนี้ว่า
"หลักสูตรของเรานำหลักสูตรการสอบใบอนุญาต CFP (Certified Financial Planner) ของอเมริกา มาพัฒนาเป็นหลักสูตรปริญญาตรี ซึ่งใบ CFP นี้เป็นใบอนุญาตสากลที่นักวางแผนการเงินทุกคนต้องมี ถึงจะสามารถประกอบอาชีพนี้ได้ และด้วยความที่เราเป็นแห่งเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (Thai Financial Planners Association) ทำให้นักศึกษาสามารถสอบใบ CFP ได้ทันทีโดยไม่ต้องอบรม เพราะเรานำการอบรมมาใส่ไว้ในหลักสูตร ทั้งๆ ที่ปกติแล้วการจะสอบใบ CFP ได้นั้นต้องผ่านการอบรมสำหรับการสอบ 6 ชุดวิชาก่อน เป็นระยะเวลารวม 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องเสียค่าอบรมชุดวิชาละ 10,000 บาท รวม 6 ชุดวิชาก็เป็นเงินทั้งสิ้น 60,000 บาท การข้ามขั้นตอนอบรมนี้จึงช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย"
ผศ.ดร.ศุภเจตน์ยังกล่าวด้วยว่า เหตุที่นักวางแผนการเงินและที่ปรึกษาการเงินต้องมีใบอนุญาต CPF มารับรองวิทยฐานะ เพราะจำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือไม่ต่างจากหมอ จนได้รับการเรียกขานว่าเป็น "หมอเงิน" โดยหมอทั่วไปมีหน้าที่ดูแลสุขภาพกาย ขณะที่หมอเงินมีหน้าที่ดูแลสุขภาพเงินนั่นเอง ที่สำคัญคือประเทศไทยยังขาดแคลนหมอเงินจำนวนมาก เพราะเรามีประชากรราว 60 กว่าล้านคน แต่ปัจจุบันมีหมอเงินที่สอบใบ CFP ผ่านแค่ประมาณ 200 คนเท่านั้น กว่าจะเป็นได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อาชีพนี้จึงได้ค่าตอบแทนค่อนข้างสูง
และไม่นานมานี้ ศูนย์พัฒนาวิชาชีพตลาดทุนและการวางแผนการเงินการลงทุน ม.กรุงเทพ ก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นสถาบันฝึกอบรมหลักสูตรเพื่อต่ออายุใบอนุญาตสำหรับผู้แนะนำการลงทุน นักวิเคราะห์การลงทุน และผู้วางแผนการลงทุน ประเภทผู้จัดอบรมทั่วไป (Public Training) โดยมีหน้าที่จัดอบรมเพื่อต่ออายุใบอนุญาต (Refresher Course) ให้แก่ผู้ที่ประกอบอาชีพในตลาดการเงิน มีภารกิจในการจัดอมรมเกี่ยวกับการลงทุนด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำชั่วโมงการเข้ารับการอบรมนี้ไปยื่นต่ออายุใบอนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ตอกย้ำให้ม.กรุงเทพเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเป็นเลิศด้านการสร้างบุคลากรป้อนตลาดการเงินและการลงทุน และพร้อมผลิต "หมอเงิน" ออกไปดูแลสุขภาพเงินให้แก่คนไทยต่อไป







