posttoday
แนะรัฐตีกรอบแผนถ่านหิน

แนะรัฐตีกรอบแผนถ่านหิน

06 กุมภาพันธ์ 2561

วงเสวนาชี้นโยบายยืดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยังไม่ช้าเกินไป ด้านเอกชนจ่อตั้งโรงไฟฟ้าในกัมพูชา ส่งขายภาคใต้

วงเสวนาชี้นโยบายยืดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยังไม่ช้าเกินไป ด้านเอกชนจ่อตั้งโรงไฟฟ้าในกัมพูชา ส่งขายภาคใต้

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง "ผ่าทางตัน : โรงไฟฟ้าถ่านหิน" ว่า ภายหลังกระทรวงพลังงานมีนโยบายให้เลื่อนการดำเนินงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ไปอีก 3 ปี ถือว่ายังไม่ล่าช้าเกินไป เพราะภาพรวมยังมีปริมาณไฟฟ้าที่จัดหาได้เพียงพอต่อความต้องการของภาคใต้ไปอีก 2-3 ปี

นอกจากนี้ หากพิจารณาจากการเติบโตของเศรษฐกิจคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีความต้องการไฟฟ้าในภาคใต้เพิ่มกว่า 500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ประมาณ 2,500 เมกะวัตต์ ขณะที่ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ รวมทั้งการจัดสรรไฟฟ้าจากส่วนกลางที่ส่งมาช่วยรวมแล้ว 2,624 เมกะวัตต์ อาจจะไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ การเลื่อนระยะเวลาของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินออกไป 3 ปี ถ้ามีการสรุปกรอบเวลาที่ชัดเจน และสามารถกำหนดเวลาที่จะเริ่มดำเนินการได้ จะไม่มีปัญหากับไฟฟ้าในภาคใต้ ขณะเดียวกันยังมีความกังวลอยู่ว่าหากในช่วงเวลา 3 ปีนี้ มีการเปลี่ยนคณะรัฐบาลชุดใหม่ หรือรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนใหม่ จะทำให้นโยบายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเปลี่ยนไปอีกหรือไม่

สำหรับการดำเนินงานของรัฐบาลเบื้องต้นต้องมีการคิดใหม่ทำใหม่ ปรับกระบวนการพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตั้งแต่แรก เปิดโอกาสให้เสนอสถานที่หรือโครงการที่สอดคล้องกับรัฐบาล รวมทั้งให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดสิทธิประโยชน์ ผลตอบแทนหรือมาตรการดูแลผลกระทบ ส่วนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ควรจะให้หน่วยงานที่เป็นกลางมาดำเนินงานแทน

อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณสำรองไฟฟ้าสูง แต่ต้องคำนึงถึงชนิดของเชื้อเพลิงด้วย ซึ่งความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ขณะนี้อาจไม่จำเป็น แต่ในอนาคตต้องสร้างอย่างแน่นอน เพื่อความสมดุลด้านพลังงาน โดยต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการสร้างโรงไฟฟ้ามากเกินไป หากจะมีการใช้เป็นพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดก็สามารถทำได้ แต่จะไม่มีความเสถียร จึงต้องมีทั้งเชื้อเพลิงหลักควบคู่กันไปในสัดส่วนที่เหมาะสม

"ทั้งนี้เชื่อถือได้ว่าเทคโนโลยีถ่านหินในปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกมีการใช้งานอยู่ อาจจะไม่เรียกได้ว่าเป็นถ่านหินสะอาด แต่มีเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงมีความมั่นคง มีต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งก็ควรพิจารณาในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศที่จะสูงขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ" นายมนูญ กล่าว

นายบรรพต แสงเขียว รองประธานบริษัท เกาะกง ยูนิลิตี้ กล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะร่วมทุนกับ Norinco International จากประเทศจีนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศกัมพูชา กำลังการผลิต 4,000 เมกะวัตต์ เพื่อส่งขายให้กับภาคใต้ของไทยในราคา 2.67 บาท/หน่วย ระยะสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 30 ปี

ขณะที่ เบื้องต้นทางกระทวงพลังงานของกัมพูชาได้ส่งหนังสือมาทางรัฐบาลไทยแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2560 เพื่อดำเนินการส่งไฟมาที่ไทย แต่ยังรอคำตอบจากรัฐบาลไทย ซึ่งหากได้รับความชัดเจนแล้วบริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งมายัง จ.ชุมพร และกระจายสู่จังหวัดในภาคใต้ผ่านสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยคาดว่าในปี 2567 จะนำร่องส่งไฟฟ้าได้ 1,000 เมกะวัตต์ และทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจนครบ 3,800 เมกะวัตต์ ในปลายแผนปี 2570

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ