
ต้องปรับตัว
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)1 เม.ย. 2561 ที่จะถึงนี้ เป็นวันที่ค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราใหม่ที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแยกตามกลุ่มจังหวัด 7 กลุ่ม ตั้งแต่ 5-22 บาท เริ่มดีเดย์ใช้เป็นวันแรก
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
1 เม.ย. 2561 ที่จะถึงนี้ เป็นวันที่ค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราใหม่ที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแยกตามกลุ่มจังหวัด 7 กลุ่ม ตั้งแต่ 5-22 บาท เริ่มดีเดย์ใช้เป็นวันแรก
แรงกระเพื่อมที่คาดว่าจะเกิดคือ ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 315.97 บาท/วัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนแรงงานของไทยที่เพิ่ม สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภาคเกษตร และภาคบริการ ซึ่งมีการใช้แรงงานจำนวนมากและมีต้นทุนแรงงานในสัดส่วนที่สูง
ทันทีที่มีการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ สสว.ได้ดำเนินการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง SME-CGE ของ สสว. และศึกษาโครงสร้างต้นทุนค่าจ้างจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (SME Input-Output Table) พบว่าอัตราส่วนการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำร้อยละ 1 จะส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.16
ดังนั้น การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จึง ส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.54 ทำให้ต้นทุนสินค้าขยับตัว เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 0.05 หรืออาจจะพูดได้ว่า มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า ไม่มาก
ทั้งนี้ เพราะโดยปัจจุบันต้นทุนค่าแรงงานเฉลี่ยของเอสเอ็มอีอยู่ที่ร้อยละ 12.0 โดยภาคบริการมีต้นทุนค่าแรงงานสูงสุดร้อยละ 21.8 ภาคการผลิตร้อยละ 13.7 และภาคการค้าร้อยละ 9.6 ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ
ศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร สสว. (One Stop Service Center : OSS) พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราค่าจ้างที่ปรับขึ้นอยู่ในระดับที่ สามารถยอมรับได้
ที่เป็นดังนั้น เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างแม้จะมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้นบ้าง แต่เนื่องจากเอสเอ็มอี เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีสัดส่วนต้นทุนแรงงานน้อย และในบางพื้นที่อัตราค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากเป็นการจ้างแรงงานที่ใช้ทักษะฝีมือเป็นหลักอยู่แล้ว
ในภาพรวม ผลกระทบต่อต้นทุนด้านแรงงานของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจึงอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ แต่ในระยะยาวเอสเอ็มอียุค 4.0 ควรจำเป็นต้องปรับตัวให้พร้อมรองรับความเสี่ยงทั้งการเพิ่มขึ้นของต้นทุน และสถานการณ์การแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป







