
ความร่วมมือ 3 ประเทศ 9 จังหวัด
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.thผู้บริหารระดับสูงของไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ได้ร่วมประชุมตามกรอบความร่วมมือ 3 ประเทศ 9 จังหวัด (3 Countries 9 Provinces) กันมาอย่างยาวนาน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพการประชุม เพื่อหารือถึงแนวทางความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการศึกษา กีฬา วัฒนธรรม ท่องเที่ยว และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี 2.ด้านการค้าการลงทุน 3.ด้านการคมนาคมขนส่ง และ 4.ด้านเกษตรกรรม
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.th
ผู้บริหารระดับสูงของไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ได้ร่วมประชุมตามกรอบความร่วมมือ 3 ประเทศ 9 จังหวัด (3 Countries 9 Provinces) กันมาอย่างยาวนาน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพการประชุม เพื่อหารือถึงแนวทางความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการศึกษา กีฬา วัฒนธรรม ท่องเที่ยว และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี 2.ด้านการค้าการลงทุน 3.ด้านการคมนาคมขนส่ง และ 4.ด้านเกษตรกรรม
ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงพื้นที่ด้วยถนนหมายเลข 8 (R8) และหมายเลข 12 (R12) ซึ่งไทยเกี่ยวข้อง 4 จังหวัด คือ จ.หนองคาย สกลนคร นครพนม และบึงกาฬ สำหรับ สปป.ลาว มี 2 แขวง คือ แขวงบอลิคำไซ และคำม่วน ส่วนเวียดนามมี 3 จังหวัด คือ จังหวัดฮาติงห์ (Ha Tinh) เหงะอานห์ (Nghe An) และกวางบิ่ง (Quang Binh)
อย่างไรก็ดี เส้นทาง R8 และ R12 พาดผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกัน จึงควรคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วย โดย R8 เป็นเส้นทางที่ผ่านภูเขาค่อนข้างมาก แต่ก็มีทัศนียภาพที่สวยงาม จึงเหมาะที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ส่วน R12 นั้นก็เป็นเส้นทางที่เหมาะสมในการขนส่งสินค้ามากกว่า
ที่สำคัญ คือ ไทยมีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่นี้ถึง 2 จังหวัด คือ จ.หนองคาย และนครพนม จึงถือเป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ด้วยเส้นทางเหล่านี้ แต่หากมองเฉพาะการขนส่งสินค้า จ.นครพนม ก็น่าจะมีความได้เปรียบมากกว่าจังหวัดอื่น
ปัจจุบันสินค้าของไทย 5 อันดับแรก ที่ส่งออกผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) คือ หน่วยประมวลผลข้อมูล เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ผลไม้สด (ขนุน ทุเรียน มะขาม ลำไย และส้มโอ) และลำไยอบแห้ง
ทั้งนี้ น่าสังเกตว่า สินค้าที่ส่งออกไปนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตในพื้นที่ของ จ.นครพนม ยกตัวอย่าง ผลไม้ก็มาจากพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของไทยอย่าง จ.ระยอง จันทบุรี และตราด ดังนั้นเพื่อให้ จ.นครพนม ได้ประโยชน์จากเส้นทางดังกล่าว จึงควรหาแนวทางการผลิตเพื่อส่งออกให้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ จ.นครพนม เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการขนส่งสินค้ามีด้วยกัน 2 ปัจจัย ปัจจัยแรก คือ เส้นทาง R12 ที่ผ่านแขวงคำม่วนซึ่งเคยมีอุปสรรคในช่วงที่ขึ้นเขา แต่ตอนนี้ทาง สปป.ลาว ได้ให้เอกชนเข้ามาแก้ไข ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561
ปัจจัยที่สอง คือ ท่าเรือหวุ๋นอ๋าง (Vung Ang Port) ของเวียดนาม ซึ่งการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทาง R12 ไปยังท่าเรือนี้จะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่ามากส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และหากมองในมุมของการเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) การขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือหวุ๋นอ๋างก็สามารถส่งไปยังมณฑลฝูเจี้ยน (Fujian) ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของเส้นทางสายไหมทางทะเลได้เป็นอย่างดี
การค้าและการลงทุนผ่านเส้นทางนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ดังนั้นเราจึงควรใช้ประโยชน์จากความร่วมมือนี้ให้มากที่สุด







