
ลิงแก้นาฬิกา
สมผล ตระกูลรุ่ง นาฬิกาหรู ดูแล้วเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนยืมนาฬิกาเพื่อนมาสวมใส่ อาจจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้รัฐบาลลุงตู่ไปไม่ถึงฝัน
สมผล ตระกูลรุ่ง
นาฬิกาหรู ดูแล้วเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนยืมนาฬิกาเพื่อนมาสวมใส่ อาจจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้รัฐบาลลุงตู่ไปไม่ถึงฝัน
ยิ่งปกปิด ยิ่งถูกเปิด
ยิ่งห้ามปราม ยิ่งขุดคุ้ย
ยิ่งดำเนินคดี ยิ่งมีคนท้าทาย
ยิ่งถ้าใช้ความรุนแรง จะยิ่งเรียกแขกให้มากขึ้น
คสช.ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบทหาร แม้ลุงตู่จะเปิดตัวเป็นนักการเมืองแล้ว แต่กลับไม่แก้ปัญหาการเมืองด้วยวิธีทางการเมือง กลับจมปลักอยู่กับยุทธวิธีทางทหาร ซึ่งตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตบอกเล่าเป็นประวัติศาสตร์ไว้ว่า
วิธีแก้ปัญหาแบบทหารใช้แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ ดูตัวอย่างชัดๆ จากการต่อสู้ทางอุดมการณ์ของคนไทยที่หนีเข้าป่าในยุค 6 ตุลา 19 ทหารไม่สามารถปราบปรามได้
จนทหารอาชีพที่เป็นนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.เปรม หันมาใช้วิธีทางการเมืองแก้ปัญหาด้วยนโยบาย 66/2523 เปิดรับคนไทยที่มีความเห็นต่างให้ออกมาร่วมกันพัฒนาชาติไทย จึงได้ยุติปัญหาการสู้รบด้วยอาวุธลงได้
ปี 2523 หรือเมื่อ 37 ปีที่แล้ว คสช.ยังไม่น่าจะมีบทบาทอะไร ลุงตู่เพิ่งจะอายุ 28 ปีน่าจะยังเป็นผู้กองอยู่ที่ไหนสักแห่ง ขณะที่ลุงป้อมอายุ 35 เป็นรองผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งก็คงไม่ได้มีบทบาทหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบาย 66/2523
คสช.จึงไม่ได้ซึมซับวิธีการแก้ปัญหาแบบการเมืองของ พล.อ.เปรม ที่ใช้การเมืองนำการทหาร จนคอมมิวนิสต์หมดไปจากประเทศไทย
ป่าทั่วประเทศถูกเปิดให้คนไทยรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปได้อย่างปลอดภัย หลังจากปิดมานาน หลังจากเสียเลือดเนื้อ เสียชีวิตทั้งทหารและคนไทยในป่ามากมาย
หาก คสช.เข้าไม่ถึงหรือไม่เข้าใจบริบทของนโยบาย 66/2523 ก็น่าจะเห็นตัวอย่างจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 ในอีก 12 ปีต่อมาได้
เหตุการณ์ครั้งนั้นใกล้เคียงกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นอดีตที่สอนให้รู้ว่า แม้ทหารทั้งกองทัพจะผนึกกำลังเหนียวแน่น สามัคคีกันทุกเหล่าทัพ
จนเกิดวาทกรรมสะท้านวงการเมืองว่า "สุไม่เอาให้เต้" แม้กระนั้น ก็ไม่อาจต้านทานพลังประชาชนได้ รัฐบาลแม้จะมีกำลังทั้งกองทัพคุ้มครองอยู่
ก็ไม่อาจต้านการเรียกร้องของประชาชนที่ขอให้รัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าอหังการเหมือนคนแดนไกลที่คิดว่า เลือกตั้งเมื่อใดก็ได้เสียงข้างมาก
ประเด็นนาฬิกาหรูบนข้อมือลุงป้อม โดยเนื้อหาของความผิดอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ทีมที่ปรึกษาของลุงป้อม กำลังทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่คนแดนไกลมั่นใจในอำนาจ มั่นใจในฐานเสียง จึงไม่ยอมให้ลาออกเสียแต่แรก
ปล่อยให้กระบวนการต่อต้านรวมตัวกันจนใหญ่เกินกว่าจะหยุดยั้งได้ มาตัดสินใจลาออกก็สายไปแล้ว คำอธิบายของลุงป้อมเป็นเรื่องที่ยากจะเป็นไปได้ เป็นเหมือนลิงแก้แห การออกมาบอกว่า นาฬิกาทั้ง 25 เรือน หรืออาจมากกว่า ยืมเพื่อนมาทั้งหมด
เมื่อคืนเพื่อนไปหมดแล้วก็จบ มันเป็นเหตุผลที่ดูถูกประชาชน เหมือนคำอธิบายกฎหมายนิรโทษกรรมของคนแดนไกล ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่นาฬิกาว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก
แต่เป็นประเด็นที่ประชาชนรับไม่ได้กับคำตอบข้างๆ คูๆ คำตอบที่ไม่เห็นหัวประชาชน คำตอบที่ตอบเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหาโดยไม่คำนึงว่า มีเหตุผลเป็นไปได้หรือไม่
หรือมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ยิ่งลุงตู่พยายามบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายไปอีก ยิ่งแก้ แหยิ่งพันตัว
จนวันนี้แหพันตัวจนยากจะแก้ไขแล้ว มีรูปวาดล้อเลียนใกล้สะพานลอย ก็ถูกลบออก เป็นการปิดกั้นการแสดงออกของประชาชน
ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ก็มีข่าวว่า ส่งคนไปห้ามปรามไม่ให้ล้อเลียน จนนักศึกษาธรรมศาสตร์นำมาล้อเลียนว่า ไม่ห้ามล้อการเมืองแต่ห้ามล้อนาฬิกา
ประชาชนทุกวันนี้ ไม่เพียงนำมาเป็นเรื่องล้อเลียน แต่มีการแต่งเพลงนาฬิกาเพื่อนส่งกันในโลกออนไลน์แล้ว ในโลกออนไลน์นี้ ทีมงานลุงป้อมจะทำอย่างไร
จะห้ามปรามหรือตามจับได้ไหม ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ถ้าไม่ผิดจริงจะกลัวอะไรกับคำวิพากษ์วิจารณ์ การไม่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สิน จะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถ้ายอมรับอย่างชายชาติทหาร
แล้วแสดงสปิริตยอมลาออก ประชาชนคงรับได้ อาจะได้คำสรรเสริญเป็นของแถม แต่นี่กลับไม่ใช่ กลับดันทุรังอ้างว่า ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบตามกระบวนการไป ถ้าผิดจริงก็พร้อมจะลาออก ถ้าผิดจริงท่านไม่ต้องลาออกครับ
เพราะท่านต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย และถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ตามมาตรา 34 ผลของการซุกทรัพย์สิน ไม่แจ้ง ป.ป.ช.ตามกฎหมาย นอกจากต้องพ้นจากตำแหน่งและเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปีแล้ว
มีโทษตามมาตรา 119 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งไม่ได้ร้ายแรงอะไร มีโอกาสรอลงอาญาได้มาก
ส่วนประเด็นการรับประโยชน์ ก็ต้องสอบสวนกันต่อไป เพราะประเด็นยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ น่าจะเป็นคดีแรก ป.ป.ช.อาจจะพอกล้อมแกล้มยกประโยชน์ให้ลุงก็ได้
ถึงวันนี้ไม่รู้ว่าลุงวัย 72 ปี จะต้องพึ่งยานอนหลับบ้างหรือไม่ ลุงควรจะรู้ว่า ลาภยศอำนาจวาสนาบารมี เป็นโลกธรรมที่เสื่อมได้สิ้นสุดได้
ไม่มีใครฝืนได้ ถ้าลุงไม่ยอมรับความจริงนี้ ยังดื้อที่จะอยู่ต่อไป เชื่อเถอะว่า ลุงห้ามกระแสโซเชียลที่ไร้ขอบเขตไม่ได้ คนที่เรียกร้องให้ลุงรับผิดชอบไม่ใช่ใครที่ไหน
เป็นกองหนุนของ คสช.ทั้งนั้น ยิ่งมีสมุนบริวารของอำนาจเก่ามาผสมโรงด้วย ลุงจะเอาตัวรอดได้อย่างไร ถ้าเป็นห่วงบ้านเมืองจริง รัก คสช.จริง ก็พิจารณาตัวเอง
พิจารณาด้วยตัวเอง พิจารณาว่า ควรจะยอมสละเรือแป๊ะหรือยัง ถ้า สละเรือแป๊ะวันนี้ อาแป๊ะเจ้าของเรือ คงพอเอาตัวรอด ฝ่าคลื่นลมไปได้ กองหนุนของแป๊ะเจ้าของเรือยังพอ มีอยู่ เพียงแต่อาแป๊ะเจ้าของเรือปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ปรับอารมณ์ให้สงบนิ่งลงบ้าง
เรือแป๊ะคงจะพอแล่นไปข้างหน้าได้ ถ้ารัฐบาลมีความโปร่งใส เอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเหมือนผู้นำจีน กองหนุนมากมายที่หนีหายจะกลับมาเอง ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เศรษฐกิจไปได้ กองหนุนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเลือกตั้ง อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือลุงตู่ (อีกครั้ง) แล้ว n







