
เพิ่มโอกาสเอสเอ็มอี
นับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่าเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย โดยยกเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ แต่หลังจากผ่านไป 3 ปีกว่า การแก้ปัญหาเอสเอ็มอีไม่คืบหน้า
นับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่าเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย โดยยกเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ แต่หลังจากผ่านไป 3 ปีกว่า การแก้ปัญหาเอสเอ็มอีไม่คืบหน้า
มาตรการต่างๆ ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่เห็นผลเท่าที่ควร เอสเอ็มอียังคงมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เครื่องยนต์ตัวนี้ยังคงทำงานได้ช้ามาก เงินที่ลงไปกับเอสเอ็มอีจำนวนไม่น้อย ไม่ได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการเท่าที่ควร เอสเอ็มอียังคงไม่สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เพื่อเป็นกำลังหลักทางเศรษฐกิจได้
ปัญหาที่ผ่านมา เงินสนับสนุนจากรัฐบาลที่ลงไปผ่านธนาคารของรัฐ รวมถึงธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง ยังคงกระจุกตัวอยู่กับเอสเอ็มอีที่เป็นฐานลูกค้าของธนาคารเป็นหลัก ขณะที่เอสเอ็มอีที่มีปัญหากระจายอยู่ในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทย ที่เข้าไม่ถึงมาตรการของรัฐบาล
ธนาคารเลือกที่จะให้สินเชื่อกับลูกค้ารายเดิมที่มีความเสี่ยงน้อย เพราะอย่างที่ทราบเอสเอ็มอีถือเป็นผู้ประกอบการที่มีระดับความเสี่ยงสูงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่การบริหารจัดการ รูปแบบการดำเนินธุรกิจ ไม่สามารถการันตีได้ถึงความสำเร็จและความสามารถในการชำระหนี้คืน ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอีกครั้ง ด้วยการให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มวงเงินค้ำประกัน และขยายเวลาสินเชื่อให้มีระยะเวลาออกไป
ล่าสุด รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังคงขยับได้ช้า โดยครั้งนี้มุ่งไปพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการผ่านการฝึกอบรม พัฒนาด้านต่างๆ พร้อมนำเข้าไปหาแหล่งสินเชื่อ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ได้รับการคัดเลือกหรือเป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นนโยบายที่จำกัดอยู่เช่นเดิม
ปัจจุบันเอสเอ็มอีมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ล้านรายในระบบที่ลงทะเบียนไว้กับภาครัฐ แต่ในความเป็นจริงเอสเอ็มอีทั่วประเทศมีจำนวนมากกว่านั้น ซึ่งรัฐบาลพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการเหล่านี้มาเข้าระบบ เพื่อจะได้เข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล แต่คงยังมีเอสเอ็มอีอีกจำนวน ไม่น้อยที่ยังไม่เข้าระบบ เป็นผลให้เอสเอ็มอีเหล่านี้เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือ และมาตรการด้านสินเชื่อของรัฐ
เอสเอ็มอีเหล่านี้ยังคงพึ่งพาเงินนอกระบบในการดำเนินกิจการ ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นภาครัฐคงต้องเข้าไปแก้ปัญหาเบื้องต้นในการเข้าถึงผู้ประกอบการให้ง่ายขึ้น หากรัฐบาลมองเห็นความสำคัญของเอสเอ็มอีต้องปลดล็อกและหามาตรการที่ง่ายในการทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึง อาจจะผ่านชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น ที่มีความเข้าใจผู้ประกอบการในพื้นที่มากกว่าหน่วยงานจากส่วนกลาง ซึ่งคนที่มีความพร้อมทั้ง ความรู้และความสามารถเท่านั้นที่จะเข้าถึงหน่วยงานเหล่านี้ได้ ทำให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีจึงยังจำกัดอยู่ในผู้ประกอบการส่วนน้อย
รัฐบาลควรปรับวิธีการทำงานที่เข้าถึงผู้ประกอบการมากกว่าที่จะให้ผู้ประกอบการเดินมาหา หากเห็นว่าผู้ประกอบการเหล่านี้มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจจริง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงให้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง n







