
ปลดล็อกจัดซื้อต้องรัดกุม
พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2560
พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา นับเป็นกฎหมายสำคัญ เพราะเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับนี้ ถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ขจัดปัญหาการคอร์รัปชั่น ส่งเสริมให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์รวมให้กับประเทศไทย
นอกจากนี้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับนี้ ยังได้ครอบคลุมหน่วยงานราชการทุกแห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมถึงรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อให้การใช้เงินของประเทศเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
อย่างไรก็ตาม การเริ่มใช้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับใหม่ ย่อมกระทบกับการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเริ่มต้น เพราะเป็นกฎหมายใหม่ที่มีความเข้มงวดและกำหนดโทษรุนแรง ทำให้หน่วยงานต่างๆ ระมัดระวังในการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้กฎหมายนี้อย่างมาก
หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ รัฐวิสาหกิจเชิงพาณิชย์ที่ปกติมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของตัวเอง เมื่อต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายใหม่ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างเกิดการสะดุดถึง 33 แห่ง ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่น้อย
เพราะหากดูตัวเลขการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีส่วนช่วยการขยายตัวเศรษฐกิจ อย่างมาก โดยการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในปี 2558 ขยายตัว 14.7% ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.9% ต่อมาในปี 2559 การ เบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจขยายตัว 8% ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 3.2%
สำหรับปี 2560 การเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจขยายตัว 8.6% คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ถึง 4% ซึ่งตั้งแต่ปลายปี 2560 กระทรวงการคลังได้พยายามปลดล็อกการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจที่มีเงิน ลงทุนขนาดใหญ่ โดยได้ผ่อนผันพิจารณาร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง 10 แห่ง ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจเดินหน้าต่อไปได้
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ผ่อนผันการจัดซื้อจัดจ้างให้กับรัฐวิสาหกิจอีก 17 แห่ง โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่า การผ่อนผันเห็นชอบระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจเป็นการเฉพาะนั้นยังอยู่ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ ที่ยังต้องให้ความสำคัญเรื่องของความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้
นอกจากนี้ หากมีความแตกต่างในประเด็นใดจะต้องมีเหตุผลประกอบการพิจารณา เช่น จำเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และลักษณะของการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งมีกลไกในการกำกับดูแลและกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ไม่ได้เป็นอุปสรรคการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาสั่งรัฐวิสาหกิจจัดซื้อจัดจ้างแบบไม่ถูกต้อง จึงอยากให้รัฐวิสาหกิจปรับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของตัวเองให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่
การดำเนินการของกระทรวงการคลังถือว่าเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจปี 2561 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 5% จากการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการลงทุนภาคเอกชน การปลดล็อกการลงทุนของรัฐวิสาหกิจย่อมเป็นผลดีกับการขยายตัวเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การผ่อนผันปลดล็อกดังกล่าว กระทรวงการคลัง ต้องเข้มงวด ไม่ให้รัฐวิสาหกิจใช้เป็นช่องทางขอผ่อนผันการจัดซื้อจัดจ้างเป็นการถาวร จนทำให้เกิดการรั่วไหลทุจริตขึ้นเหมือนในอดีต







